ประธานตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้ายกเครื่องตลาดทุน ดึงกลุ่มธุรกิจใหม่เข้าจดทะเบียน – หนุนควบรวมโบรก – ปลดล็อกการซื้อหุ้นคืน
ศ. (พิเศษ) กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยทิศทางขับเคลื่อนตลาดทุนไทย เร่งดึงบริษัทเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพทั้งในและต่างประเทศเข้าจดทะเบียน พร้อมหารือ BOI เสนอสิทธิประโยชน์ด้านภาษีและเงินทุนรัฐวิสาหกิจ เพื่อจูงใจต่างชาติเข้าตลาดไทยโดยตรง
SET ยังผลักดันโครงการบัญชีออมลงทุน (TISA) เปิดทางให้ประชาชนออมผ่านหุ้นได้ พร้อมสิทธิยกเว้นภาษีดอกเบี้ย 15% ลดหย่อนภาษีสูงสุด 100,000 บาท และยกเว้นภาษีเมื่อถึงวัยเกษียณ โดยอยู่ระหว่างหารือร่วมกับ ก.ล.ต. และกระทรวงการคลัง
ภารกิจเร่งด่วน 3 ข้อที่ประธาน ตลท. เน้น ได้แก่ การเร่งลิสต์บริษัทใหม่เข้าตลาด สร้างความเชื่อมั่นให้ บจ. เดิมสะท้อนมูลค่าที่แท้จริง และเปิดให้ผู้ลงทุนเข้าถึงข้อมูลการเงินได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรม
ขณะเดียวกัน SET อยู่ระหว่างผลักดันโครงการ Jump+, Bond Connect และ Carbon Credit Ecosystem รวมถึงศึกษาการใช้ AI ในการกำกับซื้อขายและวิเคราะห์หลักทรัพย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพตลาดและลดต้นทุนให้กับโบรกเกอร์
ในด้านโครงสร้างตลาด ปัจจุบันมีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทั้งสิ้น 39 ราย ซึ่งประธาน ตลท. เห็นว่ามีจำนวนมากเกินไป โดยเฉพาะเมื่อพบว่าประมาณครึ่งหนึ่งหรือราว 18 รายมีผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่อง 1–2 ปีจากภาวะตลาดที่ชะลอตัว ทำให้มูลค่าการซื้อขายลดลง SET จึงสนับสนุนให้เกิดการควบรวมกิจการ เพื่อยกระดับคุณภาพบริการ โดยเน้นบทบาทด้านวิเคราะห์มากกว่าการแข่งขันแย่งลูกค้า
ส่วนในประเด็นการซื้อหุ้นคืน ปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความเห็นเพื่อปรับปรุงกฎเกณฑ์ 2 เรื่องหลัก ได้แก่
- อนุญาตให้บริษัทจดทะเบียนสามารถเริ่มโครงการซื้อหุ้นคืนใหม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ 6 เดือน
- ขยายระยะเวลาการขายหุ้นที่ซื้อคืนจากเดิม 3 ปี เป็นไม่เกิน 5 ปี
โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2568 มีบริษัทจดทะเบียนประกาศซื้อหุ้นคืนแล้ว 37 ราย รวมมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท เทียบเท่ากับทั้งปี 2567 ที่ผ่านมา


