SKR งบแกร่งปี 2567 รายได้โต 4.12% ทะลุ 6 พันลบ. บอร์ดเคาะปันผล 0.20 บาทต่อหุ้นพร้อมควัก 700 ลบ. ซื้อหุ้นคืน

บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) โชว์ผลงานปี 2567 กำไรสุทธิ 664 ล้านบาท กวาดรายได้จากการดำเนินงานรวม 6,092 ล้านบาท เติบโต 4.12% แม้ต้องเผชิญแรงกดดันกรณีประกันสังคมปรับลดอัตราค่าบริการทางการแพทย์ประเภทผู้ป่วยในด้วยโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง ชี้กลุ่มลูกค้าทั่วไปรักษาโรคยากซับซ้อนผ่านสถาบันการแพทย์เฉพาะทางเติบโตดีต่อเนื่อง บอร์ดอนุมัติจัดสรรกำไร 412 ล้านบาท จ่ายปันผล 0.20 บาท/หุ้นขึ้น XD 29 เมษายนนี้ พร้อมประกาศซื้อหุ้นคืนวงเงิน 700 ล้านบาท 

นายสุริยันต์ โคจรโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่ด้านปฏิบัติการ บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SKR เปิดเผยภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2567 ว่า กำไรสุทธิแตะ 664 ล้านบาท พร้อมกวาดรายได้จากการรักษาพยาบาลอยู่ที่ 6,023.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.08% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากการปรับลดอัตราค่าบริการทางการแพทย์ประเภทผู้ป่วยในด้วยโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง (AdjRW>2) ของสำนักงานประกันสังคม ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้รวม 315.72 ล้านบาท แต่บริษัทยังสามารถขยายฐานรายได้กลุ่มลูกค้าเงินสด โดยเฉพาะการรักษาโรคยากที่ซับซ้อน ผ่านสถาบันการแพทย์เฉพาะทางให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง  

ควบคู่ไปกับการเดินหน้ามุ่งเน้นบริหารจัดการต้นทุน และความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้บริษัทยังสามารถรักษาอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ไว้ได้ที่ระดับ  10.92% พร้อมขยายฐานสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 4.04% แตะ 9,619 ล้านบาท ขณะที่อัตราส่วนสภาพคล่องปรับตัวดีขึ้นเป็น 2.82 เท่า สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งและความสามารถในการขยายธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) มีมติจัดสรรกำไร 412 ล้านบาท จ่ายปันผลหุ้นละ 0.20 บาท ประกาศวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 29 เมษายน 2568, กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิ์ได้รับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 30 เมษายน 2568 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 16 พฤษภาคม 2568 ซึ่งจะเห็นว่า แม้ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว SKR ยังให้ความสำคัญกับนโยบายการปันผล โดย SKR มีอัตราปันผลเติบโตทุกปีติดต่อกันมาเป็นระยะเวลานาน รวมทั้งประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงิน 700 ล้านบาท เป็นไปตามแผนการบริหารส่วนทุน เนื่องจากเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการเงิน เพื่อการบริหารสภาพคล่องของกิจการ ในกรณีที่ราคาหุ้นของบริษัทอยู่ในระดับต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็น ซึ่งการดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนจะส่งผลดีต่อราคาหุ้น การที่ SKR ทำโครงการซื้อหุ้นคืนได้แสดงให้เห็นถึงกระแสเงินสดและปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง

นายสุริยันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับปี 2568 บริษัทฯ เตรียมขยายศักยภาพทางการแพทย์ผ่านสถาบันการแพทย์เฉพาะทาง (Center of Excellence) ควบคู่ไปกับการพัฒนาบริการของลูกค้าประกันสังคมผ่าน SSO Plus รวมถึงการให้บริการโรงพยาบาลเคลื่อนที่ ผ่าน Sikarin Connect ในทั่วประเทศ เพื่อเดินหน้าสู่การเป็นโรงพยาบาลชั้นนำด้านการรักษาโรคยากที่ซับซ้อนของประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตที่แข็งแกร่ง พร้อมสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นต่อไป 

LATEST NEWS

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

NER โดดเด่นครึ่งปีหลัง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท รับอานิสงส์ราคายางฟื้น-Supply ตึงตัว คาดกำไรปี 69 แตะ 1.8 พันลบ. ชูจุดเด่น PE ต่ำกลุ่มสินค้า EUDR

นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท/หุ้น มองแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 69 มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น ตามทิศทางราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะ Supply ในตลาดที่ตึงตัว พร้อมมอง NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการ EUDR ของยุโรป หากเริ่มบังคับใช้ ขณะที่คาดกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท และราคาหุ้นยังมีจุดเด่นจากค่า PE ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า EUDR

RELATED