สิงคโปร์ประหารชีวิต ผู้ลักลอบนำเข้ากัญชา 1 กก. ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์

รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศในวันพุธว่าทางการได้ประหารชีวิตชายชาวสิงคโปร์ที่ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาลักลอบนำเข้ากัญชาหนัก 1 กิโลกรัม (2.2 ปอนด์) เข้าประเทศ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่มีเพิ่มขึ้นในเรื่องการลงโทษผู้ค้ายาเสพติดด้วยการประหารชีวิต

โฆษกของกิจกรรมเรือนจำสิงคโปร์ แถลงว่า ตังการาจู สุเปียะ วัย 46 ปี ได้ถูกประหารชีวิตภายในบริเวณเรือนจำชางกีในวันพุธ

กลุ่มรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน เช่น Amnesty International และมหาเศรษฐี ริชาร์ต แบรนสัน ซึ่งได้คัดค้านวิธีการลงโทษโดยการประหารชีวิตของสิงคโปร์มาโดยตลอด ต่างออกมาโจมตีการตัดสินใจของทางการสิงคโปร์ในครั้งนี้

สิงคโปร์ได้ยืนกรานที่จะไม่ผ่อนผันกฏหมายปราบปรามยาเสพติดที่เข้มงวดและเด็ดขาด โดยประกาศว่าสิงคโปร์ไม่ใช่ประเทศเดียวในโลกที่ลงโทษผู้ที่ถูกศาลตัดสินว่ากระทำผิดฐานละเมิดกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด พร้อมกับย้ำว่าบทลงโทษที่เด็ดขาดได้ช่วยลดการใช้ยาเสพติดในประเทศ

นโยบายที่เข้มงวดของสิงคโปร์กำลังทำให้ประเทศนี้โดดเดี่ยวที่แตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้านส่วนใหญ่ โดยไทยเพิ่งยกเลิกในปีที่แล้วกฎหมายที่เคยถือว่าการใช้กัญชาเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมายทางอาญา และเมื่อต้นเดือนนี้ รัฐสภามาเลเชียได้ลงมติยกเลิกการลงโทษผู้ค้ายาเสพติดด้วยการประหารชีวิตหรือติดคุกตลอดชีวิต

คุณสุเปียะ ซึ่งถือสัญชาติสิงคโปร์ ได้ถูกศาลตัดสินให้ประหารชีวิตตั้งแต่ปี 2018 ในข้อหาที่ว่าเขาพยายามลักลอบนำเข้ากัญชามากกว่า 500 กรัม ซึ่งเป็นจำนวนที่กฏหมายถือว่าเป็นการค้ายาเสพติด

เมื่อปีที่แล้ว ทางการสิงคโปร์ได้ประหารชีวิตนักโทษในเรือนจำไปรวม 11 คน โดยทุกคนถูกตัดสินว่าได้ละเมิดกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด หลังจากที่ประเทศนี้ได้เลื่อนการประหารชีวิตนักโทษในปี 2020 และ 2021 ในช่วงการระบาดของโควิด-19

ที่มา : Cannabis Smuggler Tangaraju Suppiah Executed in Singapore for a Kilogram of Drug – Bloomberg

LATEST NEWS

SCB WEALTH แนะจับตา 5 ปัจจัยเสี่ยงต้องติดตามช่วงครึ่งหลังปี 67

SCB WEALTH เดินหน้าจัดงานสัมมนา Exclusive Investment Talk ในหัวข้อ “รู้ทันเศรษฐกิจโลกจัดสรรความมั่งคั่งแบบมีเป้าหมาย” ให้แก่กลุ่มลูกค้า High Net Worth Individuals (HNWIs) โดยมองว่ามี 5 ปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการจัดพอร์ตลงทุนในครึ่งหลังปี 2567 เศรษฐกิจสหรัฐฯมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีในช่วงที่เหลือของปี 2567 อัตราเงินเฟ้อชะลอลงเศรษฐกิจยุโรปหลุดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession)

สรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนพฤษภาคม 2567

แนวโน้มการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯจะยังคงดอกเบี้ยสูงไปอีกระยะ (Higher for Longer) หลังจาก IMF ประเมินสถานการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในทะเลแดงทำให้สายการเดินเรือใหญ่ปรับเส้นทางขนส่งซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนค่าระวางเรือและราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลายชนิดจะยังทรงตัวในระดับสูงกระทบอัตราเงินเฟ้อที่ปรับลดลงช้ากว่าคาดแม้ว่าตลาดแรงงานส่งสัญญาณชะลอตัวขณะที่เศรษฐกิจจีนมีสัญญาณฟื้นตัวแต่ยังคงอ่อนแอรัฐบาลจีนประกาศมาตรการรักษาเสถียรภาพและกระตุ้นตลาดหุ้นทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์จีนและฮ่องกงเริ่มฟื้นตัว

ตลาดหลักทรัพย์ฯ พัฒนาระบบ SET Carbon จับมือพันธมิตรร่วมยกระดับคุณภาพข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สู่เป้าหมาย Net Zero ค.ศ.2050

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ก้าวสู่ปีที่ 50 มุ่งพัฒนาตลาดทุนอย่างยั่งยืน สู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero Commitment) เดินหน้าพัฒนาระบบ SET Carbon เปิดเผยข้อมูลการจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของตลาดทุน ตามแผนกลยุทธ์ปี 2567 โดยนำเทคโนโลยีมาพัฒนาการจัดการข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และเชื่อมต่อข้อมูลกับหน่วยงานด้านพลังงานและทรัพยากร หวังยกระดับข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social, Governance: ESG) เพื่อประโยชน์ของการใช้ข้อมูล พร้อมลดกระบวนการทำงานของ บจ. ล่าสุดร่วมกับ กฟผ.แลกเปลี่ยนข้อมูลการใช้พลังงาน บจ. โดยระบบ SET Carbon เฟสแรกจะเปิดให้บริการสำหรับ บจ.ที่สนใจ ภายในไตรมาสแรกปี 2568

RELATED