SKR เผยผลงาน 1Q25 รายได้รวมทะลุ 1.5 พันลบ.ลุยอัพศักยภาพ Center of Excellence ต่อจิ๊กซอว์โตแกร่ง

บมจ.ศิครินทร์ แจงผลงานงวดไตรมาส 1/2568 รายได้ดำเนินงานรวมแตะ 1,532 ล้านบาท กำไรสุทธิ 207 ล้านบาท เล็งเดินหน้าขยายศักยภาพ Center of Excellence อัพการเติบโต ย้ำรายได้รวมปี 2568 โตตามเป้าแตะ 6,500 ล้านบาท 

นายสุริยันต์ โคจรโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่ด้านปฏิบัติการ บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SKR เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1 ปี 2568 ว่า ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน โดยเฉพาะความท้าทายจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ ทั้งในและต่างประเทศ อันเป็นผลจากความตึงเครียดของสงครามการค้า ส่งผลให้เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนสูง แต่ในภาพรวมบริษัทยังคงสามารถรักษาการเติบโตของรายได้จากการดำเนินงานรวมไว้ได้ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 1,532 ล้านบาท 

ตามการเติบโตของรายได้จากการรักษาพยาบาลกลุ่มลูกค้าทั่วไปที่เพิ่มขึ้น 1.12% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อนมาอยู่ที่ 910 ล้านบาท จากการเดินหน้าเร่งเพิ่มศักยภาพการแพทย์ผ่าน 7 สถาบันการแพทย์ชั้นนำ ประกอบด้วย สถาบันกระดูกและข้อ, สถาบันโรคหัวใจ, สถาบันหลอดเลือดและระบบประสาท, สถาบันกุมารเวช, สถาบันสุขภาพเฉพาะทางสตรี, สถาบันทางเดินอาหารและตับ และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน 

ขณะที่รายได้จากการรักษาพยาบาลกลุ่มลูกค้าประกันสังคม ปรับลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันปีก่อนราว 3% มาอยู่ที่ 575 ล้านบาท สาเหตุสำคัญมาจากการรักษาโรคยากที่ซับซ้อนด้วยการผ่าตัดจากกลุ่มลูกค้าประกันสังคม ผ่านโครงการ MOU ลดลงจากการปรับลดจำนวนกลุ่มโรคเหลือ 2 กลุ่มโรค จากเดิม 5 กลุ่มโรค ประกอบด้วย โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง ส่วนรายได้จากการให้บริการโรงพยาบาลเคลื่อนที่ (SIKARIN Connect) ทำได้กว่า 26 ล้านบาท 

สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวมค่าเสื่อมราคางวดไตรมาส 1/2568 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันปีก่อนราว 2% อยู่ที่ราว 1,263 ล้านบาท ตามต้นทุนการรักษาพยาบาล ซึ่งอยู่ที่ 1,044 ล้านบาท จากต้นทุนค่าธรรมเนียมแพทย์ และค่าใช้จ่ายบุคลากรทางการแพทย์เป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงเกือบ 4% อยู่ที่ 213 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 207 ล้านบาท 

นายสุริยันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2 ต่อเนื่องครึ่งหลังของปี 2568 บริษัทเตรียมเร่งพัฒนา “สถาบันการแพทย์เฉพาะทาง” เพื่อเสริมขีดความสามารถด้านการรักษา ยกระดับประสบการณ์ผู้ป่วยประกันสังคมผ่านโครงการ SSO Plus และขยายบริการโรงพยาบาลเคลื่อนที่ทั่วประเทศภายใต้โครงการ Sikarin Connect เพื่อก้าวสู่การเป็นโรงพยาบาลชั้นนำในการดูแลโรคซับซ้อนในประเทศไทย ผลักดันรายได้รวมทั้งปี 2568 เติบโต 6,500 ล้านบาท ภายใต้การรักษาอัตรากำไรสุทธิไว้ที่ระดับ 12-15% เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นในระยะยาว

LATEST NEWS

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

NER โดดเด่นครึ่งปีหลัง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท รับอานิสงส์ราคายางฟื้น-Supply ตึงตัว คาดกำไรปี 69 แตะ 1.8 พันลบ. ชูจุดเด่น PE ต่ำกลุ่มสินค้า EUDR

นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท/หุ้น มองแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 69 มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น ตามทิศทางราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะ Supply ในตลาดที่ตึงตัว พร้อมมอง NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการ EUDR ของยุโรป หากเริ่มบังคับใช้ ขณะที่คาดกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท และราคาหุ้นยังมีจุดเด่นจากค่า PE ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า EUDR

RELATED