SKR โชว์ผลงาน Q2/68 กำไรสุทธิพุ่ง 27% ทะลุ 207 ลบ.  ควัก 185 ลบ. จ่ายปันผลระหว่างกาล 0.09 บาท ชูความสำเร็จรักษาโรคยากซับซ้อนด้วยการผ่าตัด

บมจ.ศิครินทร์กางผลงานงวดไตรมาส 2/2568 ฟอร์มแกร่ง กำไรสุทธิพุ่ง 27% ทะลุ 207 ล้านบาทกวาดรายได้รวม 1,544 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ตอกย้ำความสำเร็จกลยุทธ์การเติบโตเชิงคุณภาพ ภายใต้การเดินหน้าพัฒนาศักยภาพทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดบอร์ดเคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.09 บาท/หุ้นขึ้น XD 28 สิงหาคมกำหนดจ่าย 11 กันยายน 2568 

นายสุริยันต์ โคจรโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่ด้านปฏิบัติการ บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2568 ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิ 207.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน กวาดรายได้รวมเพิ่มขึ้น 4.3% แตะ 1,544 ล้านบาท ตามการเติบโตของการรักษาโรคยากซับซ้อนด้วยการผ่าตัดผ่าน 7 สถาบันการแพทย์ชั้นนำของโรงพยาบาลศิครินทร์ กรุงเทพ ขณะที่โรงพยาบาลศิครินทร์ สมุทรปราการ มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังเปิดตัว 5 ศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง เพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและที่อยู่อาศัย นอกจากนี้รายได้จากการให้บริการเชิงรุกอย่างการตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ผ่าน SIKARIN Connect ยังเติบโตดีต่อเนื่อง รวมถึงรายได้กลุ่มประกันสังคมที่เติบโตถึง 12.52%

“ผลการดำเนินการในไตรมาสนี้ สะท้อนให้เห็นว่า กลยุทธ์ของ SKR ที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพนั้นเดินมาถูกทาง ความสำเร็จของการมุ่งเน้นการรักษาโรคยากที่ซับซ้อนด้วยการผ่าตัดและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนที่ยอดเยี่ยม สะท้อนผ่านตัวเลขทางการเงินที่แข็งแกร่งในทุกมิติ ทั้งความสามารถในการทำกำไรและกระแสเงินสดของบริษัท ความสำเร็จนี้เกิดจากความมุ่งมั่นของทีมงานSKR ในการส่งมอบบริการที่เป็นเลิศผ่านแนวคิด “ปกป้อง จริงใจ” นายสุริยันต์ กล่าว 

นายสุริยันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จด้านการดำเนินงานยังถูกสนับสนุนด้วยตัวชี้วัดทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 31.78% และ EBITDA Margin ขยายตัวสู่ระดับ 27.31% ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการต้นทุนยา เวชภัณฑ์ และบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ต้นทุนโตในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ ขณะที่สถานะทางการเงินมีความมั่นคงสูง โดยหนี้สินรวมลดลง 7.61% มีอัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) สูงถึง 3.24 เท่า และมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (D/E Ratio) ต่ำเพียง 0.22 เท่า ซึ่งบ่งชี้ถึงความเสี่ยงทางการเงินที่ต่ำและมีศักยภาพสูงสำหรับการลงทุนในอนาคต

พร้อมกันนี้ คุณภาพของแบรนด์ยังได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยล่าสุด ติดอันดับ Top 30 โรงพยาบาลที่ดีที่สุดในประเทศไทย ประจำปี 2025 โดยนิตยสาร Newsweek ควบคู่ไปกับการยอมรับด้านธรรมาภิบาล จากการได้รับคะแนนประเมิน AGM Checklist 100% และ ติดทำเนียบหลักทรัพย์ ESG100 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 

สำหรับแนวโน้มช่วงครึ่งหลังของปี 2568 บริษัทยังคงเฝ้าระวังภาวะเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เน้นการเติบโตแบบออร์แกนิก (Organic Growth) ด้วยรากฐานที่มั่นคงและแข็งแกร่งในทุกมิติ ภายใต้การเดินหน้าลงทุนพัฒนาแบรนด์ เพื่อรักษาความเป็นเลิศในการให้บริการทางการแพทย์รองรับคุณภาพชีวิตของคนไทยและสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจให้แก่นักลงทุนอย่างยั่งยืน 

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสด 185.20 ล้านบาท ในอัตรา 0.09 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 28 สิงหาคม 2568 และกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในวันที่ 11 กันยายน 2568 

LATEST NEWS

ผู้บริหาร NOVOCOCONUT ตรวจความพร้อมโรงงานฟิลิปปินส์พร้อมลุยเปิดปีนี้

นางสาวพัฒรา ทัศจันทร์ กรรมการผู้จัดการ สายงานสนับสนุนธุรกิจ บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท NOVOCOCONUT INC. (NOVO) ในประเทศฟิลิปปินส์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและทีมงาน ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างอย่างใกล้ชิด

GC เดินหน้ายกระดับมาบตาพุดสู่ฐานธุรกิจมูลค่าสูง-คาร์บอนต่ำระดับภูมิภาคต่อยอด Green & Bio และ Specialty Chemicals ผ่านความร่วมมือกับ Toray และ Mitsubishi Corporation

บริษัท พีทีทีโกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เดินหน้าต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่นทั้ง Toray Industries, Inc. และ Mitsubishi Corporation เพื่อเร่งพัฒนาธุรกิจ Green & Bio ตั้งแต่การต่อยอดวัตถุดิบเหลือใช้ทางการเกษตรสู่วัสดุชีวภาพมูลค่าสูงไปจนถึงการขยายตลาดผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดมาจากโรงกลั่นชีวภาพสู่ลูกค้าและเจ้าของแบรนด์ในระดับสากล สอดคล้องกับกลยุทธ์ของ GC ในการยกระดับมาบตาพุดให้เป็นฐานอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ที่มีความสามารถในการแข่งขันระดับภูมิภาคและรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจมูลค่าสูง-คาร์บอนต่ำในระยะยาว

ปักหมุดสระบุรี! แพทยสภา-มธพ. ผนึกทรูและพันธมิตร ยกทัพ 52 คลินิกเฉพาะทาง ออกหน่วยแพทย์อาสาฯครั้งใหญ่

กรุงเทพฯ 2 มิถุนายน 2569 – มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ (มธพ.) ร่วมกับ แพทยสภา สถาบันมหิตลาธิเบศร สถาบันพระปกเกล้า พร้อมด้วยนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 12 (ปธพ.12) และนักศึกษาหลักสูต ประกาศนียบัตรผู้นำทางการแพทย์ (ปนพ.3) จัด “โครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 ครั้งที่ 11 ประจำปี 2569” ระหว่างวันที่ 22-24 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี และโรงพยาบาลสระบุรี เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการทางการแพทย์เฉพาะทาง ลดความเหลื่อมล้ำด้านสาธารณสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดสระบุรีและจังหวัดใกล้เคียง โครงการครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในภารกิจแพทย์อาสาครั้งสำคัญแห่งปี ด้วยการระดมทีมแพทย์เฉพาะทาง บุคลากรสาธารณสุขและพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วนทั่วประเทศ เปิดให้บริการรวม  18 กลุ่มคลินิก ครอบคลุม 52 คลินิกเฉพาะทาง ตั้งแต่การตรวจรักษาโรคทั่วไป การคัดกรองโรค การตรวจหัวใจ การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม การผ่าตัดส่องกล้อง ไปจนถึงการฝึกปฏิบัติการกู้ชีพพื้นฐาน พร้อมรองรับประชาชนที่เข้ารับบริการกว่า 10,000 ราย ตอกย้ำพลังความร่วมมือของภาคการแพทย์ ภาครัฐ ภาคเอกชน และจิตอาสา ในการนำบริการสุขภาพคุณภาพไปใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น

RELATED