หมดยุคขายแค่ความเร็ว! ทรูออนไลน์พลิกเน็ตบ้าน รุก AI Smart Home รายแรกในไทย

เมื่อ “เน็ตบ้าน” แค่เร็วและแรง ไม่พออีกต่อไป ทำไม TrueOnline ถึงเลือกเปลี่ยนโมเดลธุรกิจให้บ้านดูแลชีวิตผู้คน ?

รู้หรือไม่ว่า ปัจจุบันตลาดอินเทอร์เน็ตบ้านในประเทศไทย มีฐานผู้ใช้งานสูงถึง 10.41 ล้านราย แต่ตัวเลขที่น่าสนใจคือ อัตราการเติบโตของตลาดนี้ เริ่มทรงตัวอยู่ที่ราว 1-2% นั่นหมายถึงสมรภูมิเน็ตบ้าน กำลังเดินมาถึงจุดที่ผู้บริโภคมองหาอะไรที่มากกว่าคำว่า “ความเร็ว” และ “ความแรง”

เมื่อผู้ให้บริการทุกค่ายสามารถเสิร์ฟความเร็วในระดับที่ใกล้เคียงกันได้

คำถามคือ แล้วจะหาช่องทางสร้างการเติบโตใหม่ ๆ หรือสร้างความแตกต่างทางธุรกิจที่เหนือกว่าเดิมได้อย่างไร ?

หากเราไปดูรายงาน Digital 2025 : Thailand โดย We Are Social และ Meltwater มีการเผยข้อมูลสำคัญว่า ตลาด Smart Home ในประเทศไทยกำลังโตอย่างก้าวกระโดด โดยครัวเรือนไทยเลือกใช้อุปกรณ์อัจฉริยะรวมกันแล้วกว่า 12.3 ล้านชิ้น

แต่ในความเป็นจริง เมื่อบ้านหนึ่งหลังเต็มไปด้วยอุปกรณ์ IoT (Internet of Things) สารพัดแบรนด์ สิ่งที่ตามมากลับเป็น “ความยุ่งยาก” ที่ผู้ใช้งานต้องคอยสลับแอปพลิเคชัน ตั้งค่า และควบคุมทุกอย่างด้วยตัวเอง

นี่คือ Pain Point สำคัญที่ TrueOnline มองเห็นเป็นโอกาสทางธุรกิจ

คุณฐานพล มานะวุฒิเวช หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านโฮมคอนเนคทิวิตี้ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ฉายภาพการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ว่า ลูกค้าไม่ได้มองหาเพียงเน็ตบ้านที่เร็วแรงอีกต่อไป แต่ต้องการโซลูชันที่ช่วยให้ชีวิตในบ้านง่าย ปลอดภัย และดูแลกันได้มากขึ้น

นี่จึงเป็นที่มาของการเปิดตัวยุทธศาสตร์สำคัญ “TrueOnline Home Next ให้บ้านดูแลชีวิต” โดยทรูออนไลน์ใช้วิธีจับมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Tuya ผู้นำ AI IoT Cloud Platform และ T3 Technology เพื่อสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่ง

โดยมีหัวใจสำคัญคือ “TrueX Home Hub” และ “เอมี่ (Ami)” AI ผู้ช่วยอัจฉริยะประจำบ้านที่สั่งการด้วยเสียงภาษาไทย 100% ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อทุกเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ

เพื่อให้เห็นภาพการใช้งานจริง ทรูออนไลน์ได้จัดเอ็กซ์คลูซีฟโชว์เคส โดยเนรมิตพื้นที่จำลองบรรยากาศภายในบ้าน ผสานกับเฟอร์นิเจอร์จาก SB Furniture เพื่อจำลองไลฟ์สไตล์ผ่าน 3 เมกะเทรนด์สำคัญที่มีกำลังซื้อสูงในสังคมไทย

กลุ่มคนเมืองสายสุขภาพ สะท้อนภาพผ่านไลฟ์สไตล์ของ คุณเกรซ กาญจน์เกล้า ที่เมื่อแผนออกกำลังกายที่สวนลุมฯ ต้องพังเพราะฝนตก ก็สามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้ง่าย ๆ เพียงสั่งงานด้วยเสียงให้ผู้ช่วย “เอมี่” เปิด AI Fitness บนทีวี 4K พร้อมปรับแอร์และไฟให้อยู่ในโหมดเตรียมออกกำลังกายได้อัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีการนำ Solar Smart Home Solution จาก Altervim เข้ามาตอบโจทย์เรื่องการประหยัดพลังงานในระยะยาวอีกด้วย


กลุ่มคนรักสัตว์ ถ่ายทอดความสดใสผ่าน คุณแป้น และน้องหมาจุ๊มเหม่ง ยกระดับการดูแลด้วยกล้อง AI CCTV ครั้งแรกในไทย ที่ไม่ได้แค่ดูภาพ แต่แยกแยะพฤติกรรมสัตว์เลี้ยงได้ (เช่น กิน, หาว, เลียขน หรือพฤติกรรมเสี่ยงอย่างการกัดสายไฟ) พร้อมสรุปออกมาเป็นสถิติและคำแนะนำ นอกจากนี้ หากน้องหมาหนีเที่ยว ก็ยังสามารถตามหาได้ง่าย ๆ ผ่าน Smart Pet Tracker


กลุ่มผู้สูงอายุ การจำลองชีวิตของ “หม่าม้า” ที่อยู่บ้านคนเดียว เทคโนโลยีจึงเข้ามาช่วยลดความซับซ้อน เช่น สั่งเปิดพัดลม-แอร์ด้วยเสียง และหลอดไฟ Biorhythm ที่ปรับแสงตามนาฬิกาชีวภาพ พร้อม Smart SOS Button ปุ่มกดแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉินถึงลูกหลานทันที

    ในมุมของแบรนด์และการสื่อสาร คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้เน้นย้ำถึงจุดยืนครั้งนี้ว่า

    “การเปิดตัว TrueOnline Home Next คือการประกาศจุดยืนของเน็ตบ้านอันดับหนึ่งที่ไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงสัญญาณความเร็วสูงอีกต่อไป แต่กำลังพาเน็ตบ้านเข้าสู่ยุคใหม่ที่ทำให้บ้านพร้อมเป็นผู้ช่วยดูแลชีวิตของทุกคนในครอบครัว ด้วยพลังเทคโนโลยีและ AI ที่พร้อมดูแลทุกชีวิตในบ้านด้วยหัวใจ”

    ซึ่งสะท้อนผ่านอัตลักษณ์ใหม่ภายใต้แนวคิด ‘Ripple’ หรือระลอกคลื่นของการเชื่อมต่อ ที่แผ่ขยายจากจุดเดียวไปสู่ทุกประสบการณ์การใช้ชีวิตภายในบ้าน

    ที่น่าสนใจในเชิงธุรกิจคือ กลยุทธ์ด้านราคา (Pricing Strategy) ที่ออกแบบมาเพื่อเร่งให้เกิดการใช้งานในวงกว้าง (Mass Adoption) ทรูออนไลน์เลือกทำราคาแพ็กเกจให้เข้าถึงง่าย โดยผู้ใช้งานสามารถรับผู้ช่วย “เอมี่” ไปดูแลบ้านได้ในราคาเพียง 119 บาท/เดือน (จากปกติ 179 บาท) และบริการดูแลสัตว์เลี้ยง Pet AI Care ตลอด 24 ชั่วโมง เพียง 99 บาท/เดือน (โดยโปรโมชันนี้จะลากยาวไปจนถึง 31 ธันวาคม 2569)

    การขยับตัวของ TrueOnline ในครั้งนี้ ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจในเชิงกลยุทธ์ เพราะมันคือการเปลี่ยนผ่านโมเดลธุรกิจจากการทำ “Connectivity” (การเชื่อมต่อสัญญาณ) ไปสู่การสร้าง “Care Ecosystem” (ระบบนิเวศแห่งการดูแล)

    ในตลาดที่สินค้าและบริการเริ่มมีความคล้ายคลึงกัน แบรนด์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มและแก้ Pain Point ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้ตรงจุดที่สุด คือผู้ที่จะกุมความได้เปรียบในระยะยาว

    เพราะในท้ายที่สุด เทคโนโลยีที่ดีที่สุดในมุมมองของตลาด อาจไม่ใช่เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุด.. แต่คือเทคโนโลยีที่ “เข้าใจมนุษย์” และช่วยดูแลคนที่พวกเขารักได้มากที่สุดนั่นเอง

    LATEST NEWS

    GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

    บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

    WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

    กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

    NER โดดเด่นครึ่งปีหลัง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท รับอานิสงส์ราคายางฟื้น-Supply ตึงตัว คาดกำไรปี 69 แตะ 1.8 พันลบ. ชูจุดเด่น PE ต่ำกลุ่มสินค้า EUDR

    นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท/หุ้น มองแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 69 มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น ตามทิศทางราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะ Supply ในตลาดที่ตึงตัว พร้อมมอง NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการ EUDR ของยุโรป หากเริ่มบังคับใช้ ขณะที่คาดกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท และราคาหุ้นยังมีจุดเด่นจากค่า PE ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า EUDR

    RELATED