STARK ยันทำธุรกิจตามปกติ โชว์ Backlog ราว 1.1 หมื่นล้านบาท เร่งจ้าง PwC สอบบัญชี

STARK โชว์ Backlog 1.1 หมื่นล้านบาท ยืนยันสถาบันการเงินและคู่ค้าสนับสนุน พร้อมเดินหน้าธุรกิจตามปกติ เร่งจ้าง PwC สอบบัญชี

รายงานจาก บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK ชี้แจงสถานการณ์ของบริษัทในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า บริษัทมิได้นิ่งนอนใจและอยู่ระหว่างดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการบริหารจัดการ โดยมีความตั้งใจที่จะแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว

เพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างไม่สะดุดหยุดลง ในวันที่ 18 เม.ย.66 บริษัทได้แต่งตั้งนายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ เข้าดำรงตำแหน่ง รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ กำกับดูแลการตรวจสอบข้อเท็จจริง พลิกฟื้นสถานการณ์ และสร้างความมั่นใจให้แก่ทุกฝ่าย

ด้านความล่าช้าในการจัดทำงบการเงินประจำปี 2565 ทางบริษัทจะตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมาและโปร่งใส โดยได้ว่าจ้าง บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์ คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด (PwC) ผู้สอบบัญชี เพื่อจัดทำ Special Audit และส่งงบการเงินประจำปี 65 อย่างเร่งด่วนที่สุด คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2566

นอกจากนี้ ทางบริษัทมีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัทเพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยได้พิจารณาแต่งตั้งผู้ที่มีประสบการณ์การทำงานและคุณวุฒิในการบริหารจัดการเป็นสำคัญ ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการบริษัทมีรายนามดังต่อไปนี้

พันตำรวจโทปกรณ์ สุชีวกุล กรรมการอิสระ / ประธานกรรมการบริษัท

นายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ กรรมการ / กรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน

นายอภิชาติ ตั้งเอกจิต กรรมการ / กรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน

นายอภิวุฒิ ทองคำ กรรมการ / ประธานกรรมการตรวจสอบ

นายอรรถพล วัชระไพโรจน์ กรรมการอิสระ / กรรมการตรวจสอบ

อีกทั้งทางบริษัท ยืนยันว่า ตามที่ สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น เข้าถือหุ้นในสองบริษัทหลัก ได้แก่ บริษัท Phelps Dodge International (Thailand) Limited และบริษัท Thipha Cable ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตสายไฟฟ้าและเคเบิลที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยและประเทศเวียดนามตามลำดับ บริษัทไม่ได้มีการขายทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจใดๆ

พร้อมกันนั้น บริษัทยังยืนยันว่า ยังคงดำเนินธุรกิจอย่างปกติ โดยได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงินและมีคู่ค้าทางธุรกิจในประเทศและต่างประเทศให้การสนับสนุนและพร้อมดำเนินธุรกิจร่วมกัน ตลอดจนมี สัญญา และ confirm order Backlog) ราว 1.1 หมื่นล้านบาทที่รอการผลิตและการส่งมอบ

ช่องทางการรับชมอื่นๆ

YOUTUBE : https://bit.ly/3ncRWhf

WEBSITE : https://moneychat.co.th/

LINE Official Account : https://bit.ly/31YqP1j

IG : https://bit.ly/3CeSw2p

Blockdit : https://bit.ly/31ZzWPi

Podcasts : https://apple.co/3DdAEpT

Tiktok : https://bit.ly/3KC9cXI

Twitter : https://bit.ly/3HHkJmo

LATEST NEWS

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

NER โดดเด่นครึ่งปีหลัง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท รับอานิสงส์ราคายางฟื้น-Supply ตึงตัว คาดกำไรปี 69 แตะ 1.8 พันลบ. ชูจุดเด่น PE ต่ำกลุ่มสินค้า EUDR

นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท/หุ้น มองแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 69 มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น ตามทิศทางราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะ Supply ในตลาดที่ตึงตัว พร้อมมอง NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการ EUDR ของยุโรป หากเริ่มบังคับใช้ ขณะที่คาดกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท และราคาหุ้นยังมีจุดเด่นจากค่า PE ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า EUDR

RELATED