หอการค้าฯ ดัน 4 เรื่องเร่งด่วนแก้ปัญหาแรงงาน ฟื้นเศรษฐกิจ หนุนขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ

หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมคณะกรรมการแรงงานและพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมหารือกับ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน และคณะผู้บริหารกระทรวงแรงงาน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านสถานการณ์แรงงาน รวมถึงเสนอแนวทางเร่งด่วนในการแก้ปัญหาเรื่องแรงงานไทย เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน กล่าวว่า การหารือกับหอการค้าไทยในวันนี้ เพื่อเป็นการรับฟังข้อมูล และข้อเสนอแนะด้านแรงงานในไทย เพื่อนำไปวิเคราะห์และพัฒนานโยบายที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย จะจัดทำ MOU ร่วมกัน 4 กระทรวง ประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงแรงงาน, กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อยกระดับและพัฒนาเยาวชนไทย ให้เป็นแรงงานฝีมือที่มีประสิทธิภาพและตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงาน เห็นด้วยกับข้อเสนอหอการค้าไทย ที่มีการพิจารณาแนวทางการจ้างงานรายชั่วโมง เฉพาะในบางธุรกิจที่สามารถดำเนินการได้ การสนับสนุนแรงงานภาคการท่องเที่ยวให้เพียงพอ และสอดคล้องกับการเติบโตของการท่องเที่ยวของประเทศ ควบคู่ไปกับการพัฒนาฝีมือแรงงานไทย ส่งออกไปยังต่างประเทศเพื่อนำเงินตราเข้ามาสู่ประเทศ

ส่วนข้อกังวลของภาคเอกชนในฐานะนายจ้าง ต่อเรื่องการขึ้นค่าแรง 600 บาท ภายในปี 70 ตามนโยบายของรัฐบาล จำเป็นต้องมีการปรึกษาหารือร่วมกับคณะกรรมการไตรภาคี เพื่อกำหนดแนวทางความเหมาะสมในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวต่อไป

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการหารือว่า ที่ผ่านมาภาคแรงงานในไทย เผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งปัญหาการขาดแคลนแรงงานต่างด้าวในภาคการผลิตและอุตสาหกรรม ที่เป็นปัญหามายาวนาน และรุนแรงขึ้นในช่วงวิกฤตโควิด-19 รวมทั้งปัญหาการขาดแคลนแรงงานไทยในภาคบริการ และอุตสาหกรรมใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีขึ้นสูง ซึ่งยังไม่สอดคล้องกับผลิตภาพของแรงงานไทย ที่ยังต้องเร่งยกระดับทักษะและความรู้ให้ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ทิศทางนโยบายการปรับอัตราตอบแทนค่าจ้าง หรือค่าจ้างขั้นต่ำของรัฐบาล ที่จำเป็นต้องมีการหารือกับภาคเอกชนเพื่อไม่ให้กระทบต่อความสามารถของผู้ประกอบการ และมีความเหมาะสมกับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ใช้แรงงาน เหล่านี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน ที่ภาครัฐและเอกชนจะต้องสร้างความร่วมมือ และทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้กลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจไทยในอนาคต

“วันนี้ หอการค้าฯ ต้องขอขอบคุณรมว.แรงงานท่านใหม่ ที่ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว และเดินหน้าพูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกับหอการค้าฯ ทันทีหลังจากเข้ารับตำแหน่ง เนื่องจากปัญหาด้านแรงงานมีความซับซ้อน และต้องอาศัยหลายหน่วยงานในการบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อให้มาตรการ และแนวทางต่างๆ ที่ออกมาสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด เพราะต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาแรงงานถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง” นายสนั่น กล่าว

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการแรงงานและพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยอยู่ในทิศทางการฟื้นตัวจากนโยบายการเปิดประเทศ หลังการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ถึงแม้จะกำลังเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และการส่งออกสินค้าของไทย แต่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวและบริการเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเติบโตจากรายได้ ปี 66 คาดการณ์ว่าจะมีรายได้ 2.38 ล้านล้านบาท

อย่างไรก็ดี ภาคธุรกิจเอกชนยังประสบปัญหาหลายด้าน อาทิ ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และมีความต้องการแรงงานจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ ภาคธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร และผู้ประกอบการ SMEs เพื่อรองรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จึงเสนอนโยบายเร่งด่วนด้านแรงงานของประเทศไทย เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ดังนี้

  1. นโยบายการปรับอัตราตอบแทนค่าจ้างหรือค่าจ้างขั้นต่ำ โดยภาคธุรกิจเอกชนเห็นด้วยกับการปรับอัตราค่าตอบแทนให้เป็นไปตามสถานการณ์เศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เพื่อให้ลูกจ้างมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยใช้กลไกการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัด และคณะกรรมการค่าจ้าง (ไตรภาคี) และใช้หลักเกณฑ์การปรับขึ้นอัตราค่าจ้างตามมาตรา 87 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 และองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)
  2. นโยบายแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานไทย ควรกำหนดทิศทางของประเทศไทยในการเจริญเติบโตของภาคธุรกิจ เพื่อผลิตกำลังคนในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมทั้งบูรณาการหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อจัดทำข้อมูลฐานแรงงานของประเทศไทย (Big Data) และสนับสนุนนโยบายกองทุนเพื่อการปรับปรุงเครื่องจักรและองค์ความรู้ (Knowhow) สำหรับผู้ประกอบการ
  3. นโยบายการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว ควรมีการจัดทำยุทธศาสตร์และแผนงานนำเข้าแรงงานต่างด้าวระยะยาว พร้อมทั้ง จัดระเบียบการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวระบบใหม่ ผ่านศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านแรงงาน (OSS) ลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายการนำเข้าแรงงานต่างด้าวในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น อาทิ ค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา VISA แรงงานต่างด้าว และกำหนดค่าธรรมเนียมการจัดหางาน (Recruitment Fee) ให้ชัดเจน เป็นต้น
  4. นโยบายเพิ่มผลิตภาพแรงงาน ควรเพิ่มศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานให้ครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ พร้อมทั้งขยายมาตรฐานฝีมือแรงงาน (จำนวน 272 สาขา) และอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ (จำนวน 129 สาขา) ให้ครอบคลุมทุกสาขาอาชีพ และสอดรับกับอัตราตอบแทนค่าจ้าง และส่งเสริมนโยบาย “คูปองฝึกทักษะ Re-Skill & Up-Skill” เพื่อให้สามารถไปรับการฝึกทักษะที่ต้องการได้จากผู้ให้บริการฝึกอบรมที่มีคุณภาพ

“เป้าหมายที่ภาคเอกชนอยากเห็นจากรัฐบาล โดยกระทรวงแรงงาน ภายในปี 67 ได้แก่ 1. อัดฉีดงบประมาณและกำลังคนให้กระทรวงแรงงาน 2. คณะกรรมการไตรภาคี ต้องปรับโครงสร้างและบูรณาการการทำงานที่สร้างสรรค์ และพัฒนาแรงงานของประเทศไทย และ 3. ยกระดับงานประกันสังคม เพื่อสิทธิประโยชน์ของแรงงานไทย” นายพจน์ กล่าว

LATEST NEWS

COCOCO คว้ารางวัล Prime Minister’s Export Award 2026 “ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกยอดเยี่ยม (Best Exporter)” ตอกย้ำศักยภาพผู้ส่งออกไทยสู่เวทีโลก

บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO รับรางวัล ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น ประจำปี 2569 (Prime Minister’s Export Award 2026) ในประเภทรางวัล ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกยอดเยี่ยม (Best Exporter) ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่มอบให้แก่ผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพโดดเด่นด้านการส่งออก มีมาตรฐานการดำเนินธุรกิจเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการส่งออกของประเทศ

TRUE โชว์งบ Q2/69 กำไรนิวไฮ 6.6 พันล้าน โตต่อเนื่อง 6 ไตรมาส พร้อมจ่ายปันผล 5.2 พันล้าน

ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 ยังคงรักษาสถิติการเติบโตและทำกำไรต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกัน โดยทำกำไรสุทธิหลังหักภาษีได้ 6.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน และมี EBITDA สูงถึง 2.83 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.5% จากปีก่อนหน้า สะท้อนถึงการเติบโตของรายได้ในทุกกลุ่มธุรกิจและการบริหารจัดการเงินอย่างมีวินัย ท่ามกลางความท้าทายจากเศรษฐกิจมหภาค

NER คว้า “บริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 69” หมวดเกษตร 2 ปีซ้อน จาก Money & Banking

บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) คว้ารางวัล Best Public Company of the Year 2026 หมวดธุรกิจการเกษตร จากเวที Money & Banking Awards 2026   2 ปีซ้อน สะท้อนศักยภาพการบริหารองค์กร ความสามารถในการทำกำไร และการสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น ตอกย้ำความแข็งแกร่งในวาระครบรอบ 20 ปี ฟากบิ๊กบอส “ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์”ระบุพร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้วิสัยทัศน์ “NER Creating Value Beyond Rubber” สร้างคุณค่าที่มากกว่ายางให้กับลูกค้า ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน

RELATED