นับถอยหลัง 5 ปี! AI ล้างบางงาน 40% ทั่วโลก ใครจะเป็น 1 ใน 2 คนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง?

โลกใบเดิมที่เรารู้จักกำลังจะหายไป!

จากการพูดคุยในรายการ The Topic ทาง Money Chat กับ คุณ ท็อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้ง Bitkub ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงว่า ภายในปีหน้า AI จะฉลาดกว่ามนุษย์รายบุคคล และภายใน 5 ปี มันจะฉลาดกว่ามนุษย์ทั้งโลกรวมกัน (Collectively) นี่ไม่ใช่เรื่องไกลเกินจินตนาการ เพราะสถิติจาก World Economic Forum ระบุว่าคนถึง 40% ทั่วโลก (และ 60% ในประเทศพัฒนาแล้ว) มีสิทธิ์ตกงานภายใน 5 ปีนี้

แล้วอะไรคือประเด็นที่คนไทยต้องรู้? Money Chat สรุปจากบทสนทนามาให้แบบเน้นๆ

  1. หมดยุค “หยาดเหงื่อแลกเงิน” ใครมีแต่แรงงาน เตรียมตัวลำบาก!

คุณท๊อบ บอกว่าในโลกอนาคตอันใกล้ รายได้จากแรงงาน (Labor Income) จะสู้รายได้จากทุน (Capital Income) ไม่ได้เลยเพราะ AI และหุ่นยนต์จะเข้ามาทำหน้าที่แทนมนุษย์แบบ 24 ชั่วโมง ไม่มีบ่น ไม่พัก และเก่งกว่า

• สายงาน White-collar โดนก่อน:นักเขียนโปรแกรม (Coder), วิศวกร หรือคนที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์จะถูก AI แย่งงานก่อนเพื่อน

เขายกตัวอย่างใกล้ตัวอย่างบทคับที่สุดโหด: แอปพลิเคชันที่เขาเคยใช้เวลาสร้าง 8 ปี ตอนนี้ AI ทำเสร็จได้ใน 4 ชั่วโมง แถมยัง QC และเทสต์ระบบเองเสร็จสรรพ

  1. สงครามแย่งชิงอำนาจใหม่ (Power Accumulation Era)

โลกเปลี่ยนจากการเคารพกติกา (Rules-based) มาเป็นยุค”ใครคุมโครงสร้างพื้นฐานคนนั้นคือกติกา”

โดยมหาอำนาจกำลังแข่งกันแย่งชิง 5 เลเยอร์สำคัญคือ พลังงาน, ชิป, คลาวด์, โมเดล AI และแอปพลิเคชัน

• Great Powers:อเมริกา จีน อินเดีย ที่มีทุกอย่างในมือ

• Middle Powers: ยุโรปที่ต้องยอม “ติดหนี้มหาศาล” เพื่อกู้มาลงทุนสร้างเอกราชทางเทคโนโลยีของตัวเอง

• No Power : กลุ่มที่ต้องยอมรับชะตากรรม เป็นผู้รับราคา (Price Taker) ซึ่ง ไทยและสิงคโปร์ อยู่ในกลุ่มนี้

  1. ประเทศไทย: กู้มาแจก vs กู้มาลงทุน

คุณท็อปวิเคราะห์ว่าหนี้สาธารณะของไทยคือ “หนี้เลว” (Bad Debt) เพราะกู้มาเพื่อการบริโภคหรือแจกเงิน ไม่ได้กู้มาเพื่อสร้าง Productivity หรือโครงสร้างพื้นฐานเหมือนยุโรป

•เรากำลังเสีย อธิปไตยดิจิทัลเพราะเราใช้ของต่างชาติหมด ทั้ง Facebook, Line, หรือ Cloud

ทางรอดเดียวที่เหลืออยู่คือต้องเน้นจุดแข็ง 3 ด้าน: อาหาร (Kitchen of the World), การท่องเที่ยว และ Health Care แบบป้องกัน (Longevity)เพื่อเอาไว้ต่อรองในเวทีโลก

  1. Bitcoin คือ “ทางรอด” ในยุคที่ทุกอย่าง “เสกได้”

ในวันที่ AI เสกซอฟต์แวร์หรือบริการต่างๆ ออกมาได้แบบไม่จำกัด (Abundance) สิ่งที่จะมีค่าที่สุดคือสิ่งที่ “ขาดแคลนแบบดิจิทัล” (Digital Scarcity)ซึ่งก็คือ Bitcoin

คุณท็อปมองว่าราคา Bitcoin ตอนนี้เหมือน ตลาดหุ้นไทยยุคต้มยำกุ้งปี 1997ที่ร่วงลงมาต่ำสุดก่อนจะพุ่งไปไกล

มันคือโมเมนต์ Mispricingที่ดีที่สุดสำหรับการลงทุน ก่อนที่โลกจะเปลี่ยนไปใช้ AI และเงินดิจิทัล (Stablecoin) ในการสื่อสารระหว่างเครื่องจักร

ประเทศไทยต้องรีบ Redefine Social Contractใหม่ เช่น เปลี่ยนจาก “30 บาทรักษาทุกโรค” เป็น “30 บาทป้องกันทุกโรค” เพื่อลดภาระประเทศ และต้องแก้กฎหมายเพื่อดึงดูดคนเก่ง (Talent) และเงินทุนจากทั่วโลกให้ได้เหมือนดูใบ

“โลกไม่ได้เปลี่ยนตามเรา แต่เราต้องเปลี่ยนตามโลกถ้าไม่เริ่มวันนี้ อีก 5 ปีข้างหน้า 1 ใน 2 คนที่คุณเดินสวนบนถนน อาจเป็นคนไม่มีงานทำ”

LATEST NEWS

WellEra Bangkok เปิดแผนลงทุน 29,000 ล้านบาท ปั้นโครงการเวลเนสคอมเพล็กซ์ใจกลางกรุงเทพฯ ร่วมพาประเทศไทยสู่การเป็น Wellness Hub ระดับโลก

บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์บทใหม่ระดับโลก เปิดตัว WellEra (เวล-เอ-ร่า) โครงการ Wellness-Integrated Ecosystem ทุ่มงบลงทุนกว่า 29,000 ล้านบาท บนพื้นที่ทำเลศักยภาพใจกลางย่านลุมพินี ภายใต้แนวคิด “THE DNA OF WORLD WELL-LIVING” โครงการ WellEra ถือเป็นโครงการสุขภาพเชิงบูรณาการ (Wellness Complex) ต่อยอดองค์ความรู้ด้าน Healthcare และ Scientific Wellness สู่การสร้างระบบนิเวศที่สนับสนุนให้การมีสุขภาพที่ดีเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง

ทรู คอร์ปอเรชั่น ทั่วประเทศ ร่วมแสดงความอาลัยและสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น โดย นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น นำคณะผู้บริหารและพนักงานทั่วประเทศ ร่วมพิธีแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ เบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ อาคารทรู ทาวเวอร์

TRUE ร่วมแสดงความอาลัย ขยายสัญญาณรองรับพสกนิกร ตลอดเส้นทางเคลื่อนขบวนเชิญพระศพ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ”

ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมผองไทยน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์ และร่วมแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้ง โดยดำเนินการขยายและเสริมประสิทธิภาพโครงข่ายสื่อสาร 5G, 4G และ WiFi เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสารแก่ประชาชนที่เดินทางไปเฝ้ารับเสด็จและร่วมแสดงความอาลัยตลอดเส้นทางเคลื่อนขบวนเชิญพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากเส้นทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สู่พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง

RELATED