THRE ปักหมุดปี 69 เบี้ยรับโต 8% เล็งรุกต่างประเทศ-ประกันภัยส่วนบุคคล

THRE กางแผนธุรกิจปี 2569 รุกประกันภัยส่วนบุคคล เดินหน้าลุยตลาดต่างประเทศ “ฟิลิปปินส์-อินโดฯ” ต่อยอดการเติบโต ตั้งเป้าภาพรวมเบี้ยประกันภัยต่อรับทั้งปีโต 8% 

นายโอฬาร วงศ์สุรพิเชษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) หรือ THRE ผู้ให้บริการด้านการรับประกันภัยต่อ (Professional Reinsurer) ครอบคลุมทั้งการรับประกันภัยทรัพย์สิน อุบัติเหตุ วิศวกรรม ภัยทางทะเลและการขนส่งสินค้า ภายในประเทศและต่างประเทศ เปิดเผยแผนการดำเนินธุรกิจปี 2569 ว่า บริษัทเตรียมเดินหน้ารุกธุรกิจประกันภัยส่วนบุคคล (Personal Line) อาทิ ประกันภัยรถยนต์, ประกันสุขภาพ และประกันอุบัติเหตุ อย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น 

พร้อมเจรจาพันธมิตรขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตสูง อาทิ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งมีเฉลี่ยอัตราการเติบโตย้อนหลัง 5 ปี สูงถึง 10.9% และ 9.2% ตามลำดับ ส่วนการขยายตัวในประเทศได้รับอานิสงค์จากเบี้ยประกันภัยส่วนที่มีความคุ้มครองภัยธรรมชาติที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นตั้งเป้าผลักดันเบี้ยประกันภัยต่อรับทั้งปีเติบโตต่อเนื่อง 8% เทียบจากปีก่อนหน้า

นายโอฬาร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2568 ที่ผ่านมา แม้บริษัทต้องเผชิญกับมหันตภัย 2 เหตุการณ์ใหญ่ ทั้งเหตุการณ์แผ่นดินไหวในช่วงไตรมาส 1/2568 และเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในช่วงไตรมาส 4/2568 ซึ่งต้องตั้งสำรองเต็มจำนวน แต่บริษัทยังคงรักษากำไรไว้ได้ โดยภาพรวมทั้งปีมีกำไรสุทธิจำนวน 19 ล้านบาท 

ภายใต้การรักษาระดับอัตราค่าใช้จ่ายรวม (Combined Ratio) ที่ระดับ 98.3% โดยการรับประกันภัยต่อมีกำไรจำนวน 53 ล้านบาท ขณะที่เบี้ยประกันภัยต่อรับเติบโตใกล้เคียงช่วงเดียวกับปีก่อนอยู่ที่ 5,280 ล้านบาท ภายใต้การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงจากปีก่อนราว 3% เหลือ 167 ล้านบาท 

ทั้งนี้ ล่าสุดฟิทช์เรทติ้ง สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ได้ประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือ ด้านฐานะการเงินของ THRE ไว้ที่ระดับ A- หรือระดับ “แข็งแกร่ง” โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” หรือ Stable ซึ่งนับเป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน และประสิทธิภาพในการบริหารจัดการความเสี่ยง ภายใต้โครงสร้างธุรกิจที่มีเสถียรภาพได้เป็นอย่างดี 

LATEST NEWS

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

NER โดดเด่นครึ่งปีหลัง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท รับอานิสงส์ราคายางฟื้น-Supply ตึงตัว คาดกำไรปี 69 แตะ 1.8 พันลบ. ชูจุดเด่น PE ต่ำกลุ่มสินค้า EUDR

นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท/หุ้น มองแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 69 มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น ตามทิศทางราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะ Supply ในตลาดที่ตึงตัว พร้อมมอง NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการ EUDR ของยุโรป หากเริ่มบังคับใช้ ขณะที่คาดกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท และราคาหุ้นยังมีจุดเด่นจากค่า PE ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า EUDR

RELATED