ผู้ถือหุ้น THRE ไฟเขียวตั้ง “โฮลดิ้งส์” เทนเดอร์แลกหุ้น 1 : 1 เข้าเทรดปลายปีนี้

ผู้ถือหุ้นไทยรับประกันภัยต่อเห็นชอบแผนปรับโครงสร้างตั้งโฮลดิ้งส์คอมพานีเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน 4,215 ล้านหุ้นเทนเดอร์แลกหุ้น THRE อัตรา 1 : 1 ตามแผนทำคำเสนอซื้อทั้งหมดพร้อมเห็นชอบเพิกถอนหุ้น THRE จากตลท.ตามแผนปรับโครงสร้างผู้บริหารแจงเตรียมยื่นไฟลิ่งพฤษภาคมนี้พร้อมเข้าเทรดแทนหลักทรัพย์เดิมได้ตามแผนช่วงปลายปี 2569 ยืนยันเดินหน้าหาโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีให้ผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง    

นายโอฬาร วงศ์สุรพิเชษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) หรือ THRE ผู้ให้บริการด้านการรับประกันภัยต่อ (Professional Reinsurer) ครอบคลุมทั้งการรับประกันภัยทรัพย์สิน อุบัติเหตุ วิศวกรรม ภัยทางทะเลและการขนส่งสินค้า ภายในประเทศและต่างประเทศ เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 28 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุมวิคเตอร์ คลับ (VICTOR CLUB) ชั้น 8 อาคารสารทรสแควร์ แขวงสีลมเขตบางรัก กรุงเทพมหานคร มีมติอนุมัติปรับโครงสร้างการถือหุ้น และการจัดการของบริษัทให้เป็นรูปแบบการประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ภายใต้ชื่อ บริษัท ไทยรี กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ THREH เพื่อทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ THRE 

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระดับภูมิภาคและสากล ควบคู่ไปกับเพิ่มความคล่องตัวในการลงทุน และขยายธุรกิจ รวมไปถึงการเพิ่มประสิทธิภาพ และความยืดหยุ่นของโครงสร้างการจัดการขององค์กรในระยะยาว ซึ่งบมจ.ไทยรี กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จะออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน 4,215 ล้านหุ้น ราคาซื้อขายครั้งหลังสุด 0.42 บาทต่อหุ้น (เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569) เพื่อแลกหุ้นของ THRE ในอัตรา 1 หุ้นสามัญของ THRE ต่อ 1 หุ้นสามัญของบริษัทโฮลดิ้งส์ กำหนดระยะเวลาการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ช่วงเดือน ตุลาคม 2569 – ธันวาคม 2569 ระหว่างเวลา 09.00 – 16.00 น. ทุกวันทำการ รวมทั้งสิ้น 45 วันทำการ หลังทำการยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นยังได้มีมติเห็นชอบการยื่นขอนำหุ้นสามัญของบริษัทโฮลดิ้งส์เข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ พร้อมเพิกถอนหุ้น THRE ออกจากตลาดหลักทรัพย์ ช่วงปลายปี 2569 หลังจัดทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์แล้วเสร็จตามแผนที่วางไว้ รวมทั้งเห็นชอบแผนโอนขายหุ้นบริษัท บลูเวนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BVG ซึ่งเป็นบริษัทย่อย จาก THRE ไป THREH ซึ่งปัจจุบันถือหุ้นอยู่จำนวน 292,499,980 หุ้น หรือ 65% โดยแบ่งโอน 2 งวด คือ 35% ภายในระยะเวลา 1  เดือน และ 30% ที่เหลือดำเนินการโอนในภายหลัง 

นายโอฬาร กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทยังคงมองหาโอกาสใหม่ๆในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้าแผน 3 ปีนับจากนี้ ผลักดันเบี้ยประกันภัยต่อรับเติบโตเฉลี่ยต่อปี 8-10% พร้อมรักษาระดับอัตราค่าใช้จ่ายรวม (Combined Ratio) ไว้ในระดับไม่เกินกว่า 95% โดยเน้นรุกธุรกิจประกันภัยส่วนบุคคล (Personal Line) อาทิ ประกันภัยรถยนต์, ประกันสุขภาพ และประกันอุบัติเหตุ อย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น พร้อมเจรจาพันธมิตรขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตสูง อาทิ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งมีเฉลี่ยอัตราการเติบโตย้อนหลัง 5 ปี สูงถึง 10.9% และ 9.2% ตามลำดับ

LATEST NEWS

GC โชว์ผลงาน Q1/69 ชูโครงสร้างแกร่ง หนุนผลิตต่อเนื่อง

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีรายได้จากการขายรวม 146,936 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 3,232 ล้านบาท สะท้อนผลการดำเนินงานจากการเดินเครื่องผลิตได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้การบริหารจัดการวัตถุดิบและห่วงโซ่การผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ยังเผชิญความท้าทายจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ราคาพลังงาน และความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์

THREL ผลงาน 1Q26 ฟื้นตัวดีเกินคาดส่งซิก 2Q26 สดใสปิดปี 2026 พลิกกำไรตามเป้า

THREL ผลงานงวดไตรมาส 1/2569 สัญญาณฟื้นตัวดีเกินคาด เบี้ยประกันภัยต่อรับแตะ 876 ล้านบาท ผลการดำเนินงานประกันภัยเพิ่ม 6% ขณะที่ค่าใช้จ่ายประกันภัยลดอย่างมีนัยสำคัญ 48% เหลือ 634 ล้านบาท ตอกย้ำผลสำเร็จกลยุทธ์ “ซ่อม-สร้าง” เคลียร์พอร์ตไร้คุณภาพ ลุยปรับเงื่อนไขรับประกันภัยต่อ ก้าวสู่ “Road to Quality” ส่งซิกแนวโน้มไตรมาส 2/2569 ต่อเนื่องครึ่งปีหลังสดใสปรับบวกเพิ่มขึ้น หนุนภาพรวมทั้งปี 2569 พลิกมีกำไรตามเป้า

AMA ออกโรงโต้ปัดข้อครหา “นอมินี”ฮุบที่ดิน 500 ไร่ระนองรับแลนด์บริดจ์

บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ AMA ออกแถลงการณ์ด่วนเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและปกป้องความเชื่อมั่นขององค์กร ภายหลังถูกพาดพิงในการแถลงข่าวของ สส. พรรคประชาชน เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีเนื้อหาระบุว่ามีบริษัทนอมินีที่คนในพื้นที่รู้จักในนาม “อาม่า” ได้เข้าไปกว้านซื้อที่ดินกว่า 500 ไร่ในบริเวณอ่าวเคย จังหวัดระนอง เพื่อเก็งกำไรรับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ หรือโครงการแลนด์บริดจ์ของรัฐบาล

RELATED