THREL 1Q25 รายได้ประกันโตแตะ 680 ลบ. แจง TFRS 17 ไม่กระทบพื้นฐานธุรกิจ ย้ำเป้าหมายปี 68 กด Combined ต่ำ 100%

THREL กางผลงานงวดไตรมาส 1/2568 รายได้ประกันภัยโต 7% แตะ 680 ล้านบาท แจงมาตรฐานบัญชีใหม่ TFRS 17 กำหนดตั้งสำรองค่าความเสี่ยงล่วงหน้าทั้งปี พร้อมบุ๊คกำไรบริการตามสัญญารอตัดจำหน่ายตลอดอายุความคุ้มครองรวมเกือบ 1 พันล้านบาท แต่ยืนยันไม่กระทบกระแสเงินสด และพื้นฐานธุรกิจระยะยาว ส่งซิกไตรมาส 2/2568 ต่อเนื่องครึ่งปีหลัง ทยอยรับรู้คืน พร้อมเริ่มบุ๊คงานใหม่คุณภาพดีตามแผน “Road to Quality” ยืนยันภาพรวมทั้งปี 2568 กด Combined Ratio เหลือต่ำกว่าระดับ 100% 

นายวิพล วรเสาหฤท กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ THREL เปิดเผยภาพรวมผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1 ปี 2568 ว่า บริษัทมีรายได้จากกการประกันภัยเติบโต 7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แตะ 680 ล้านบาท อัตราค่าใช้จ่ายรวม (Combined Ratio) ลดลง 0.6% อยู่ที่ระดับ 114.3% ผลจากค่าสินไหมงานประกันสุขภาพกลุ่มของปีรับประกัน 2567 และการรับรู้ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการทำสัญญาประกันต่อ (Outward treaty) ที่ใช้สำหรับบริหารจัดการความเสี่ยงสำหรับปี 2568 ตามมาตรฐานรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 17 เรื่องสัญญาประกันภัย (TFRS 17) ที่เริ่มบังคับใช้ในปีนี้ ทดแทนมาตรฐานเดิม (TFRS 4) บริษัทจึงยังมีผลขาดทุนสุทธิที่ 101 ล้านบาท 

โดยจากมาตรฐาน TFRS 17 บริษัทจึงมีการประเมินมูลค่ากำไรจากการให้บริการตามสัญญารอตัดจำหน่าย (Contractual Service Margin : CSM) ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตลอดอายุความคุ้มครอง จำนวน 636 ล้านบาท รวมถึงตั้งสำรองค่าปรับปรุงค่าเสี่ยง (Risk Adjustment : RA) รองรับค่าสินไหมที่อาจจะเกิดขึ้นทั้งปี 2568 อีกราว 303 ล้านบาท เพื่อให้การรายงานข้อมูลทางการเงินของบริษัทประกันสะท้อนมูลค่า สินทรัพย์ และหนี้สินตลอดอายุความคุ้มครอง รวมถึงภาระผูกพัน ความเสี่ยง และการปฏิบัติตามสัญญาประกันภัยที่บริษัทมีอยู่ ณ วันรายงานงบการเงิน ตามข้อกำหนด TFRS 17 

แต่อย่างไรก็ตาม ทั้ง CSM และ RA จะทยอยรับรู้รายได้คืนในอนาคต โดย CSM จะทยอยตัดจำหน่ายเป็นรายได้ตามอายุความคุ้มครอง และ RA จะทยอยรับรู้รายได้คืนในช่วงไตรมาส 2 ต่อเนื่องครึ่งปีหลัง กรณีสินไหมเป็นไปตามประมาณการ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามหลักการของ TFRS 17 จึงไม่ส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสด หรือพื้นฐานทางธุรกิจของบริษัทในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญแต่อย่างใด

นายวิพล กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มไตรมาส 2 ต่อเนื่องครึ่งหลังของปี 2568 บริษัทจะเริ่มทยอยบุ๊คงานใหม่ๆที่ได้ปรับปรุงคุณภาพเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ช่วงปี 2567 ที่ผ่านมา ตามแผนก้าวสู่ “Road to Quality” ปั้นพอร์ตคุณภาพ ขับเคลื่อนการเติบโตแข็งแกร่ง มั่นใจภาพรวมทั้งปี 2568 สามารถผลักดันอัตรา Combined ratio ให้กลับมาอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 100% ได้ตามเป้าหมาย

LATEST NEWS

“PD” รุกแผนปี 69 เร่งเครื่องนิคมบางปะกงสร้างฮับใหม่ EEC จ่อขายทรัพย์สินเข้ากองทรัสต์กว่า 5,040 ล้านบาท

พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ (PD) ในเครือ บมจ.มั่นคงเคหะการ ผู้พัฒนาและบริหารโครงการคลังสินค้าและโรงงานให้เช่า โครงการบางกอกฟรีเทรดโซน (Bangkok Free Trade Zone: BFTZ) กางแผนธุรกิจปี 2569 ตอกย้ำความสำเร็จโครงการ BFTZ 4 บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เผยอัตราการเช่าเฉพาะโครงการนี้พุ่งกว่า 90% เตรียมเร่งเครื่องนิคมอุตสาหกรรมบางปะกง จ.ชลบุรี รับคลื่นการลงทุนระลอกใหม่ในพื้นที่ EEC ลุยพัฒนาคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าทำเลเดิมเพิ่ม 3 โครงการ งบลงทุนรวม 1,500 ล้านบาท หลังดีมานด์โตกระฉูด ปักหมุดพื้นที่เช่ารวมมุ่งสู่ 2 ล้านตารางเมตร โชว์ฟอร์มแกร่งสวนกระแสเศรษฐกิจ ปี 2568 กวาดรายได้รวม 1,225 ล้านบาท เติบโต 67.6% คาดไตรมาส 2/2569 นำทรัพย์สินเข้ากองทรัสต์ PROSPECT REIT มูลค่ากว่า 5,040 ล้านบาท เสริมศักยภาพทางการเงินเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน 

InnovestX เปิดตัว DR23 ดึง “หุ้นเทคโลก-พลังงานอนาคต” เข้าไทย รับเมกะเทรนด์ AI ดันพอร์ตโตทุกสภาวะ

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) แพลตฟอร์มลงทุนภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ (SCBX Group) เดินหน้ารุกตลาดDR อย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำบทบาทในการเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้นักลงทุนไทยเข้าถึงโอกาสลงทุนระดับโลก ล่าสุดเปิดตัว DR23 ชุดใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้าถึงหุ้นบริษัทชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา ครอบคลุมกลุ่มเทคโนโลยี AI, Cloud, Digital Platform และพลังงานแห่งอนาคต ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกในยุคใหม่ พร้อมลงทุนได้ตั้งแต่วันที่1 เมษายน2569 เป็นต้นไป ผ่านแอป Streaming โดยการออก DR23 ในครั้งนี้สะท้อนแนวคิด “All-Weather Investment Products” ที่มุ่งคัดเลือกสินทรัพย์คุณภาพ เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถกระจายพอร์ตและสร้างโอกาสการเติบโตได้ในทุกสภาวะตลาด

RELATED