THREL ผลงาน 1Q26 ฟื้นตัวดีเกินคาดส่งซิก 2Q26 สดใสปิดปี 2026 พลิกกำไรตามเป้า

THREL ผลงานงวดไตรมาส 1/2569 สัญญาณฟื้นตัวดีเกินคาด เบี้ยประกันภัยต่อรับแตะ 876 ล้านบาท ผลการดำเนินงานประกันภัยเพิ่ม 6% ขณะที่ค่าใช้จ่ายประกันภัยลดอย่างมีนัยสำคัญ 48% เหลือ 634 ล้านบาท ตอกย้ำผลสำเร็จกลยุทธ์ “ซ่อม-สร้าง” เคลียร์พอร์ตไร้คุณภาพ ลุยปรับเงื่อนไขรับประกันภัยต่อ ก้าวสู่ “Road to Quality” ส่งซิกแนวโน้มไตรมาส 2/2569 ต่อเนื่องครึ่งปีหลังสดใสปรับบวกเพิ่มขึ้น หนุนภาพรวมทั้งปี 2569 พลิกมีกำไรตามเป้า  

นายวิพล วรเสาหฤท กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ THREL เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1 ปี 2569 ดีเกินคาด โดยปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อน แม้เบี้ยประกันภัยต่อรับจะปรับลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวปีก่อนราว 5% แตะ 876 ล้านบาท เนื่องจากผลของการปรับลดสัดส่วนการรับประกันภัยสุขภาพกลุ่ม (Group Health) และยกเลิกสัญญาประกันสุขภาพกลุ่มบางสัญญาที่มีผลขาดทุน โดยค่าใช้จ่ายในการบริการประกันภัยปรับลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 18% เหลือ 634 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายสุทธิจากสัญญาประกันภัยที่ถือไว้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญกว่า 48% เหลือ 20 ล้านบาท ทำให้ผลการดำเนินงานการบริการประกันภัยปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนราว 6% 

นับเป็นการตอกย้ำความสำเร็จการปรับโครงสร้างการรับประกันภัย ภายใต้กลยุทธ์ “ซ่อม-สร้าง” เดินหน้าเคลียร์พอร์ตไร้คุณภาพ พร้อมปรับเงื่อนไขรับประกันภัยต่อ กระจายความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น รวมถึงการบริหารสินไหมทดแทนที่มีประสิทธิภาพ เพื่อก้าวสู่ “Road to Quality” ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 101 ล้านบาท เหลือ 89 ล้านบาท อัตราส่วนค่าใช้จ่ายบริการประกันภัยสุทธิ (Net Combined ratio) อยู่ที่ระดับ 116.2% โดยหลักยังเป็นผลจากการตั้งสำรองสำหรับงาน New Business ตามมาตรฐานรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 17 เรื่องสัญญาประกันภัย (TFRS 17) ที่กำหนดให้บริษัทต้องตั้งสำรองค่าปรับปรุงค่าเสี่ยง (Risk Adjustment : RA) ทั้งจำนวนในงวดไตรมาส 1 ของทุกปี ตามประมาณการทางคณิตศาสตร์ประกันภัย โดยจะมีการทยอยรับรู้เป็นรายได้ตลอดอายุความคุ้มครองของสัญญาประกันภัย

นายวิพล กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผลงานไตรมาส 2 ต่อเนื่องช่วงครึ่งหลังของปี 2569 มีแนวโน้มปรับตัวเป็นบวกเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ตามแผนงานที่วางไว้ รวมถึงการทยอยรับรู้รายได้คืนจากการตั้งสำรองปรับปรุงค่าเสี่ยง มั่นใจหนุนภาพรวมทั้งปี 2569 พลิกมีกำไรตามเป้าที่วางไว้

LATEST NEWS

ผู้บริหาร NOVOCOCONUT ตรวจความพร้อมโรงงานฟิลิปปินส์พร้อมลุยเปิดปีนี้

นางสาวพัฒรา ทัศจันทร์ กรรมการผู้จัดการ สายงานสนับสนุนธุรกิจ บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท NOVOCOCONUT INC. (NOVO) ในประเทศฟิลิปปินส์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและทีมงาน ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างอย่างใกล้ชิด

GC เดินหน้ายกระดับมาบตาพุดสู่ฐานธุรกิจมูลค่าสูง-คาร์บอนต่ำระดับภูมิภาคต่อยอด Green & Bio และ Specialty Chemicals ผ่านความร่วมมือกับ Toray และ Mitsubishi Corporation

บริษัท พีทีทีโกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เดินหน้าต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่นทั้ง Toray Industries, Inc. และ Mitsubishi Corporation เพื่อเร่งพัฒนาธุรกิจ Green & Bio ตั้งแต่การต่อยอดวัตถุดิบเหลือใช้ทางการเกษตรสู่วัสดุชีวภาพมูลค่าสูงไปจนถึงการขยายตลาดผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดมาจากโรงกลั่นชีวภาพสู่ลูกค้าและเจ้าของแบรนด์ในระดับสากล สอดคล้องกับกลยุทธ์ของ GC ในการยกระดับมาบตาพุดให้เป็นฐานอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ที่มีความสามารถในการแข่งขันระดับภูมิภาคและรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจมูลค่าสูง-คาร์บอนต่ำในระยะยาว

ปักหมุดสระบุรี! แพทยสภา-มธพ. ผนึกทรูและพันธมิตร ยกทัพ 52 คลินิกเฉพาะทาง ออกหน่วยแพทย์อาสาฯครั้งใหญ่

กรุงเทพฯ 2 มิถุนายน 2569 – มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ (มธพ.) ร่วมกับ แพทยสภา สถาบันมหิตลาธิเบศร สถาบันพระปกเกล้า พร้อมด้วยนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 12 (ปธพ.12) และนักศึกษาหลักสูต ประกาศนียบัตรผู้นำทางการแพทย์ (ปนพ.3) จัด “โครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 ครั้งที่ 11 ประจำปี 2569” ระหว่างวันที่ 22-24 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี และโรงพยาบาลสระบุรี เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการทางการแพทย์เฉพาะทาง ลดความเหลื่อมล้ำด้านสาธารณสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดสระบุรีและจังหวัดใกล้เคียง โครงการครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในภารกิจแพทย์อาสาครั้งสำคัญแห่งปี ด้วยการระดมทีมแพทย์เฉพาะทาง บุคลากรสาธารณสุขและพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วนทั่วประเทศ เปิดให้บริการรวม  18 กลุ่มคลินิก ครอบคลุม 52 คลินิกเฉพาะทาง ตั้งแต่การตรวจรักษาโรคทั่วไป การคัดกรองโรค การตรวจหัวใจ การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม การผ่าตัดส่องกล้อง ไปจนถึงการฝึกปฏิบัติการกู้ชีพพื้นฐาน พร้อมรองรับประชาชนที่เข้ารับบริการกว่า 10,000 ราย ตอกย้ำพลังความร่วมมือของภาคการแพทย์ ภาครัฐ ภาคเอกชน และจิตอาสา ในการนำบริการสุขภาพคุณภาพไปใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น

RELATED