THREL กำไร Q2 โต 239% กางแผนคุมต้นทุน-ค่าใช้จ่าย มั่นใจปีนี้พลิกกำไร

THREL โชว์ผลงานไตรมาส 2/69 ฟื้นตัวแข็งแกร่ง กำไรสุทธิ 32 ล้านบาท เติบโต 239% รับอานิสงส์เบี้ยประกันสุขภาพพุ่งและการคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ มั่นใจแนวโน้มครึ่งปีหลังโตต่อ หนุนภาพรวมทั้งปีพลิกกลับมามีกำไรตามเป้าหมาย

นายวิพล วรเสาหฤท กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ THREL เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิที่ระดับ 32.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 239.49% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไร 9.44 ล้านบาท ขณะที่งวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีผลขาดทุน 57.05 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 37.55% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีผลขาดทุน 91.36 ล้านบาท รับอานิสงส์จากเบี้ยประกันภัยต่อรับเพิ่มขึ้น 6% แตะระดับ 1,112 ล้านบาท ซึ่งมีปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการเติบโตของธุรกิจประกันสุขภาพรายบุคคล (Individual Health)

สำหรับผลการดำเนินงานด้านบริการประกันภัย THREL มีกำไร 59 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 69% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการประกันภัยจะปรับลดลงเล็กน้อยราว 2% มาอยู่ที่ระดับ 527 ล้านบาท แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการด้านค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริการประกันภัยปรับลดลง 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 457 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน อัตราส่วนค่าใช้จ่ายบริการประกันภัยสุทธิ (Net Combined Ratio) ของ THREL ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ระดับ 88.8% จากระดับ 93.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ ในด้านการลงทุน THREL ยังมีรายได้จากการลงทุนสุทธิจำนวน 21 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของกำไรจากการปรับมูลค่าเงินลงทุนในกองทุน

“ภาพการฟื้นตัวที่ดีในงวดไตรมาส 2 ปี 2569 สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของการปรับโครงสร้างการรับประกันภัย ภายใต้กลยุทธ์ “ซ่อม-สร้าง” โดย THREL ได้เดินหน้าเคลียร์พอร์ตที่ไม่มีคุณภาพ ควบคู่ไปกับการปรับเงื่อนไขการรับประกันภัยต่อและกระจายความเสี่ยงให้มีความเหมาะสมมากขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการสินไหมทดแทนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อก้าวสู่ “Road to Quality” ตามเป้าหมายที่วางไว้” นายวิพล กล่าว

นายวิพล กล่าวเพิ่มเติมว่า การเติบโตในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ยังคงมีแนวโน้มที่เป็นบวกอย่างต่อเนื่อง จึงมีความมั่นใจว่าภาพรวมผลการดำเนินงานของ THREL ตลอดทั้งปี 2569 จะสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้ตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างแน่นอน สะท้อนจากสัญญาณการเติบโตของผลประกอบการไตรมาส 2 และงวดครึ่งปีแรกของปีนี้

LATEST NEWS

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

NER โดดเด่นครึ่งปีหลัง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท รับอานิสงส์ราคายางฟื้น-Supply ตึงตัว คาดกำไรปี 69 แตะ 1.8 พันลบ. ชูจุดเด่น PE ต่ำกลุ่มสินค้า EUDR

นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท/หุ้น มองแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 69 มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น ตามทิศทางราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะ Supply ในตลาดที่ตึงตัว พร้อมมอง NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการ EUDR ของยุโรป หากเริ่มบังคับใช้ ขณะที่คาดกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท และราคาหุ้นยังมีจุดเด่นจากค่า PE ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า EUDR

RELATED