THREL กางแผนปี 67 เน้น “ซ่อม-สร้าง” ปักหมุดเบี้ยรับโต 4-5% บอร์ดเคาะปันผล 0.086 บาท/หุ้นปิดปี 66 เบี้ยรับโตทะลุ 3.4 พันลบ.

THREL กางแผนปี 2567 เดินหน้ากลยุทธ์ซ่อมสร้างขับเคลื่อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยต่อรับโตต่อเนื่อง 4-5% ล่าสุดบอร์ดไฟเขียวจ่ายเงินปันผลอัตรา 0.086 บาท/หุ้นหลังปิดผลงานปี 2566 กำไรสุทธิ 62 ล้านบาทกวาดเบี้ยประกันภัยต่อรับโต 17% แตะ 3,455 ล้านบาทตามการเติบโตงานประกันสุขภาพทั้งรายบุคคลและรายกลุ่ม 

นาย วิพล วรเสาหฤท กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ THREL เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจปี 2567 มีสัญญาณการเติบโตดีขึ้นเมื่อเทียบจากปีที่ผ่านมา ขณะที่ผู้บริโภคเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการทำประกันชีวิต นับจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ค่ารักษาพยาบาลขยับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ภาพรวมอุตสาหกรรมประกันชีวิตเติบโตสดใส ซึ่งล่าสุดบริษัทได้เร่งเดินหน้าขยายโอกาสต่อยอดธุรกิจ ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ภายใต้กลยุทธ์ “ซ่อม-สร้าง”ปักธงเบี้ยประกันภัยต่อรับเติบโต 4-5% จากปี 2566 ที่ทำได้ 3,455 ล้านบาท 

โดยกลยุทธ์ “สร้าง” จะเน้นธุรกิจที่มีโอกาสต่อยอดการเติบโต โดยเฉพาะประกันสุขภาพรายบุคคลที่มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นตามภาพรวมอุตสาหกรรม ขณะที่กลยุทธ์ด้าน “ซ่อม” จะเน้นดูแลรักษาคุณภาพการรับงานใหม่ๆ เพื่อคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพสูงสุดอย่างต่อเนื่อง โดยฉพาะงานด้านประกันสุขภาพกลุ่ม ที่ส่วนใหญ่จะได้รับผลโดยตรงจากการปรับขึ้นราคาค่ารักษาพยาบาล (Medical Cost Inflation) โดยเฉพาะในช่วง COVID-19 ที่มีการขยับขึ้นสูงกว่า 10% เทียบจากช่วงสถานการณ์ปกติมีการปรับขึ้นเฉลี่ยราว 5-7% ต่อปี ซึ่งขณะนี้บริษัทได้ดำเนินการทบทวนราคาค่าเบี้ยประกันสุขภาพสำหรับการต่ออายุสัญญาให้เหมาะสม และสอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว 

นายวิพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เมื่อวันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 ได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดปี 2566 อัตรา 0.086 บาท/หุ้น คิดเป็นวงเงินรวม 52.46 ล้าน หรือคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 84.6% ของกำไรสุทธิ ซึ่งสูงกว่าขั้นต่ำของนโยบายจ่ายเงินปันผลที่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิ หลังภาพรวมผลงานปี 2566 ยังคงเติบโตดี โดยในปี 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิ 62 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยต่อรับเติบโต 17% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แตะ 3,455 ล้านบาท ตามการเติบโตของงานประกันสุขภาพ ทั้งแบบรายบุคคลและรายกลุ่ม โดยเบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 14% แตะ 3,301 ล้านบาท 

ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยรวมอยู่ที่ 3,305 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 18% ตามการเติบโตของเบี้ยประกันต่อรับรวม และเป็นผลจากค่าสินไหมทดแทนที่เพิ่มขึ้นราว 370 ล้านบาท อยู่ที่ 2,386 ล้านบาท สาเหตุสำคัญมาจากจำนวนการเข้ารักษาพยาบาลสะสม และอัตราค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 1/2566 รวมถึงค่าบำเหน็จสุทธิเพิ่มขึ้นราว 17% อยู่ที่ 753 ล้านบาท 

ส่งผลให้ Combined Ratio (COR) อยู่ที่ระดับ 99.9% แต่อย่างไรก็ตามหากไม่รวมผลประกอบการในไตรมาส 1/2566 ที่ค่าสินไหมสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญอันเป็นผลจากปี 2565 Combined Ratio จะอยู่ที่ระดับ 97.7% ซึ่งล่าสุดบริษัทได้ดำเนินการทบทวนราคาค่าเบี้ยประกันสุขภาพสำหรับการต่ออายุสัญญาให้เหมาะสม เพื่อให้อัตราค่าสินไหมทดแทนต่อเบี้ย (Loss ratio) และอัตราค่าใช้จ่ายรวม (Combined ratio) กลับเข้าสู่เกณฑ์เป้าหมายแล้ว

“บริษัทฯยังคงมุ่งเน้นประสิทธิภาพการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย และคุมเข้มความเสี่ยงในการรับงาน เพื่อควบคุมอัตราค่าสินไหมทดแทนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ภายใต้การเดินหน้ามองหาโอกาสใหม่ๆ เพื่อต่อยอดการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว มั่นใจรักษาระดับ Combined Ratio เฉลี่ยต่อปีไว้ที่ 95-96% ได้ภายในปี 2570” นายวิพลกล่าว 

LATEST NEWS

BCP จากขาดทุนสู่กำไรหมื่นล้าน! เดือนเดียวหุ้นพุ่ง 30%

บางจากพลิกผลงานกลับมาอย่างร้อนแรงในไตรมาส 2/2569 หลังธุรกิจโรงกลั่นได้แรงหนุนจากค่าการกลั่นและราคาพลังงานที่สูงขึ้น ขณะที่เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ SAF เริ่มสร้างรายได้เชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรก

COCOCO คว้ารางวัล Prime Minister’s Export Award 2026 “ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกยอดเยี่ยม (Best Exporter)” ตอกย้ำศักยภาพผู้ส่งออกไทยสู่เวทีโลก

บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO รับรางวัล ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น ประจำปี 2569 (Prime Minister’s Export Award 2026) ในประเภทรางวัล ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกยอดเยี่ยม (Best Exporter) ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่มอบให้แก่ผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพโดดเด่นด้านการส่งออก มีมาตรฐานการดำเนินธุรกิจเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการส่งออกของประเทศ

TRUE โชว์งบ Q2/69 กำไรนิวไฮ 6.6 พันล้าน โตต่อเนื่อง 6 ไตรมาส พร้อมจ่ายปันผล 5.2 พันล้าน

ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 ยังคงรักษาสถิติการเติบโตและทำกำไรต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกัน โดยทำกำไรสุทธิหลังหักภาษีได้ 6.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน และมี EBITDA สูงถึง 2.83 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.5% จากปีก่อนหน้า สะท้อนถึงการเติบโตของรายได้ในทุกกลุ่มธุรกิจและการบริหารจัดการเงินอย่างมีวินัย ท่ามกลางความท้าทายจากเศรษฐกิจมหภาค

RELATED