ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศลุย 3 ภารกิจหลัก ปั้นแบรนด์ลูกค้าเชื่อใจ ยกระดับ AI เพื่อคนไทย เสริมแกร่งวัฒนธรรมมีหัวใจคือลูกค้า

ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศขับเคลื่อนองค์กรด้วย 3 ภารกิจหลัก ชู “ลูกค้า” เป็นหัวใจสำคัญ มุ่งสร้างแบรนด์ที่ลูกค้าเชื่อใจได้ พร้อมประสบการณ์ใช้งานเครือข่ายที่ต้องดีที่สุด เร่งพัฒนา  “เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย” เน้นสร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่เข้าใจและเข้าถึง ยกระดับการเชื่อมต่อสู่เมืองอัจฉริยะ เดินหน้าหลอมทีมหนึ่งเดียวด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่ทำทุกอย่างเพื่อลูกค้า พร้อมนำ ทรู คอร์ปอเรชั่น ก้าวสู่การเป็นผู้นำโทรคมนาคมและเทคโนโลยีชั้นนำระดับภูมิภาค ต่อยอดความสำเร็จหลังทรูและดีแทคผสานพลังครบรอบ 2 ปี  พลิกโฉมอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมผลประกอบการทางธุรกิจพลิกฟื้นทำกำไรอย่างยั่งยืนสู่การเติบโตคู่สังคมไทย

นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ครบ 2ปีแห่งการผสานพลังระหว่างทรูและดีแทค เราได้เห็นศักยภาพอันเข้มแข็งจากการรวมความแข็งแกร่งของทั้งสององค์กรส่งผลให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน จากนี้ไปเราจะมุ่งสู่ก้าวต่อไปด้วยการประกาศ 3 ภารกิจหลัก ครอบคลุมมิติสำคัญทั้งด้านลูกค้า เทคโนโลยี และทีมงาน กล่าวคือ มุ่งสร้างแบรนด์ที่เชื่อใจได้ พัฒนานวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทยทุกคน และหล่อหลอมวัฒนธรรมองค์กรที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง การประยุกต์ใช้ AI ทั้งในงานบริการและโครงสร้างพื้นฐานจะเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้เหนือความคาดหมาย ผมเชื่อมั่นว่าภารกิจทั้งสามนี้จะเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนความสำเร็จระยะยาว และช่วยให้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีที่ได้รับความเชื่อใจจากลูกค้าอย่างแท้จริง”

มุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านสู่การเติบโต 3 ภารกิจสำคัญ

1. ลูกค้า (Customer)

  • แบรนด์ที่รับความเชื่อใจ (Trusted Brand): ทรู คอร์ปอเรชั่น มุ่งมั่นสร้างแบรนด์และสร้างองค์กรเป็นที่เชื่อถือและเชื่อใจของทุกคน พร้อมก้าวสู่การเป็น Brand love โดยดำเนินการตามคำมั่นสัญญาและพันธกิจที่มีต่อลูกค้า นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย โดยมุ่งเน้นปัจจัยสำคัญของทุกฝ่ายร่วมกัน
  • ประสบการณ์ลูกค้าเป็นหนึ่งเดียว (Unmatched customer experience) : ทรู คอร์ปอเรชั่น กำลังเร่งรวมระบบให้เป็นหนึ่งเดียวระหว่างลูกค้าทรูและดีแทค โดยมุ่งเน้นให้การเปลี่ยนผ่านสู่ Digital touchpoint เป็นไปอย่างไร้รอยต่อ พร้อมทั้งรวมแอปพลิเคชันทรู-ดีแทคเข้าด้วยกัน และนำ AI มาใช้กับการบริการลูกค้าเพื่อความพึงพอใจสูงสุด โดยมีแผนการดำเนินงานดังนี้
    • พัฒนาประสบการณ์หลากหลายช่องทาง (Omnichannel) เชื่อมโยงการใช้งานทั้งแอปพลิเคชัน ศูนย์บริการลูกค้า และร้านค้าด้วย AI (chatbots, voice bots และผู้ช่วยพนักงาน)
    • ปรับปรุงการเข้าถึงพนักงานที่ศูนย์บริการและลดเวลาในการให้บริการและทันสมัยขึ้น
    • เปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่ทั้งของทรูและดีแทค ที่ใช้ AI ล้ำสมัย เพื่อเปลี่ยนธุรกรรมจากหน้าร้านสู่ดิจิทัล
    • รวบรวมระบบ IT หลัก (CRM, ERP, การเก็บเงิน) ให้เป็นหนึ่งเดียวเพื่อสนับสนุนกลยุทธ์ดิจิทัล
  • เครือข่ายที่เชื่อถือและรองรับอนาคต (Reliable and future-proof network) : ทรู คอร์ปอเรชั่น มุ่งมั่นให้ลูกค้ารู้สึกได้ว่านี่คือเครือข่ายที่เชื่อใจได้ในทุกสถานการณ์ พร้อมพัฒนาเครือข่ายให้ทันสมัย (Network Modernization) ซึ่งจะดำเนินการเสร็จสิ้นทั่วประเทศในไตรมาส 3 ของปีนี้ เพื่อสร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่เหนือชั้นและเดินหน้าต่อเนื่องในการเป็นผู้นำโทรคมนาคมและเทคโนโลยีชั้นนำของไทย โดยบริษัทได้ชู “ภูเก็ตโมเดล” เป็นจังหวัดแรกที่พัฒนาเครือข่ายให้ทันสมัยเสร็จ 100% พร้อมเสริมทัพโซลูชันเครือข่ายสู่ประสบการณ์ใหม่เป็นที่แรก และจะดำเนินการต่อไปในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ
  • รักษาฐานธุรกิจโทรคมนาคม – เติบโตในกลุ่มธุรกิจดิจิทัล (Protecting core connectivity; expanding digital portfolio) : พัฒนาการให้บริการเครือข่ายต่อเนื่อง และนำเสนอผลิตภัณฑ์บริการดิจิทัลใหม่ๆ ที่เหมาะสมตรงกับลูกค้า

2. เทคโนโลยี (Technology)

  • ปัญญาประดิษฐ์เพื่อไทยทุกคน (AI for all Thais) : บริษัทมุ่งเสริมสร้างความตระหนักรู้ (Awareness) แก่ภาคธุรกิจและประชาชนถึงศักยภาพอันทรงพลังของปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อกระตุ้นให้เกิดความต้องการใช้งานจริงในวงกว้าง (User & Business Demand) ซึ่งความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาโซลูชัน แพลตฟอร์ม และบริการด้าน AI ภายในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
  • บริการดิจิทัลเพื่อบุคคลด้วยพลัง AI (AI-powered personalized digital service): ทรู คอร์ปอเรชั่น กำลังเร่งพัฒนาการนำเสนอบริการและผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าตรงใจ โดยสามารถคาดการณ์ตอบสนองลูกค้าได้ล่วงหน้าถึงความต้องการที่โดนใจ และนำเสนอให้ลูกค้ามากกว่าสิ่งที่ลูกค้าคาดหวังและพึงพอใจ
  • ขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะด้วย IoT และความปลอดภัย (Supporting Smarter Cities and communities with connectivity, IoT, and security) : ทรู คอร์ปอเรชั่น พร้อมสนับสนุนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะผ่านเทคโนโลยี IoT และระบบความปลอดภัยที่ทันสมัย

3. ทีม (Team)

  • วัฒนธรรมที่มีหัวใจคือลูกค้า (Customer-obsessed culture) : บริษัทมุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กรหลอมรวมให้เป็นหนึ่งเดียว โดยทุกวิถีทางจะมุ่งสู่การมีหัวใจ คือ “ลูกค้า” ร่วมกัน
  • สร้างผู้นำขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านในองค์กร (Transformational leadership) : ทรู คอร์ปอเรชั่น มุ่งสร้างผู้นำในองค์กรที่มีทัศนคติและศักยภาพที่เหมาะกับการขับเคลื่อนในช่วงการเปลี่ยนผ่านองค์กร และการพัฒนาทีมสร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นทีมสู่เป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
  • พันธมิตรเพื่อความสำเร็จร่วมกัน (Partnership for shared success) : ทรู คอร์ปอเรชั่น มุ่งสร้างและพัฒนาความสัมพันธ์กับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อก้าวสู่ความสำเร็จร่วมกันอย่างยั่งยืน

“ภารกิจสำคัญทั้ง 3 ด้านนี้จะเป็นรากฐานในการเติบโตอย่างยั่งยืนของ ทรู คอร์ปอเรชั่น โดยเรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาทั้งสินค้า บริการ วิธีการทำงาน และวัฒนธรรมองค์กร เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเรา พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง” นายซิกเว่ กล่าวในที่สุด

LATEST NEWS

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

NER โดดเด่นครึ่งปีหลัง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท รับอานิสงส์ราคายางฟื้น-Supply ตึงตัว คาดกำไรปี 69 แตะ 1.8 พันลบ. ชูจุดเด่น PE ต่ำกลุ่มสินค้า EUDR

นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท/หุ้น มองแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 69 มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น ตามทิศทางราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะ Supply ในตลาดที่ตึงตัว พร้อมมอง NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการ EUDR ของยุโรป หากเริ่มบังคับใช้ ขณะที่คาดกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท และราคาหุ้นยังมีจุดเด่นจากค่า PE ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า EUDR

RELATED