TRUE ท็อปฟอร์ม! กำไรต่อเนื่อง 4 ไตรมาส เคาะปันผลรวมทั้งปี 1.07 หมื่นล้าน

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ประกาศผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 4/2568 โดยสามารถทำกำไรสุทธิได้ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน บริษัทฯ รายงานผลกำไรสุทธิหลังหักภาษีจำนวน 4 พันล้านบาท และกำไรสุทธิหลังปรับปรุงรายการพิเศษ (Normalized Profit) จำนวน 6.1 พันล้านบาท สำหรับ EBITDA ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 2.78 หมื่นล้านบาท สะท้อนผลประโยชน์เต็มไตรมาสจากการได้ใบอนุญาตคลื่นความถี่ ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเสนอจ่ายเงินปันผลประจำปีจำนวน 4.1 พันล้านบาท ส่งผลให้เงินปันผลรวมทั้งปีอยู่ที่ 1.07 หมื่นล้านบาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 116% ของ NPAT ตามรายงาน และ 56% ของ NPAT หลังปรับปรุงรายการพิเศษ

นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บริษัทฯ ปิดไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 ด้วยผลการดำเนินงานทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากความพึงพอใจของลูกค้าที่ปรับตัวดีขึ้น ฐานผู้ใช้บริการที่มีคุณภาพเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่กับการพัฒนาโครงข่าย One Network ที่ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยเต็มรูปแบบ เรายังคงมุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่เป็นเลิศแก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และด้วย AI First Program เราจะใช้ประโยชน์จากศักยภาพของ AI อย่างเต็มที่ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน บริษัทฯ ก้าวเข้าสู่ปี 2569 ด้วยความมั่นใจในผลประกอบการตลอดทั้งปี พร้อมการจ่ายเงินปันผลที่มีความยั่งยืน และเติบโตอย่างต่อเนื่อง”

ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาฐานผู้ใช้บริการ โดยลดการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานแบบหมุนเวียน (Rotational Gross Adds) และให้ความสำคัญกับลูกค้าคุณภาพ จากการให้ความสำคัญดังกล่าวแม้จะมีปัจจัยท้าทายทางเศรษฐกิจมหภาคควบคู่ไปกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงก็ตาม จำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังคงเพิ่มขึ้นประมาณ 578,000 เลขหมาย เป็น 47.5 ล้านเลขหมาย ณ สิ้นไตรมาส 4/2568 โดยผู้ใช้บริการ 5G มีจำนวนรวม 17.1 ล้านเลขหมาย สำหรับผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านเพิ่มขึ้น 1.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยมีจำนวน 3.3 ล้านราย 

นายนกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน (ร่วม) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  กล่าวยืนยันความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้นว่า “ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังคงมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนและมุ่งสู่ระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้น สำหรับผลการดำเนินงานตลอดทั้งปี 2568 บริษัทฯ สามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แม้จะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ท้าทายและปัจจัยภายนอกต่างๆ ด้วยกำไรสุทธิหลังหักภาษีตลอดทั้งปี 2568 จำนวน 9.2 พันล้านบาท เราได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของวินัยทางการดำเนินงานและการมุ่งเน้นการเติบโตที่มีกำไรทั้งในธุรกิจหลักและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเสนอจ่ายเงินปันผลประจำปีจำนวน 4.1 พันล้านบาท หรือ 0.12 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 104% เมื่อรวมกับเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี เงินปันผลรวมทั้งปีมีมูลค่า 1.07 หมื่นล้านบาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 116% ของกำไรสุทธิ สะท้อนถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นในความสามารถของบริษัทฯ ในการสร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง

ความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องด้านวินัยทางการเงิน ได้สร้างจุดแข็งที่ประเมินผลได้อย่างชัดเจน ทั้งในด้านการบริหารเงินทุนหมุนเวียนที่เข้มแข็งขึ้น และประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นภายหลังการได้ใบอนุญาตคลื่นความถี่ ความมุ่งมั่นตามแผนทั้งหมดทำให้เราสามารถส่งมอบผลตอบแทนที่มั่นคงตลอดปี 2568 แม้จะเผชิญกับความท้าทายและภาวะเศรษฐกิจมหภาค ในก้าวต่อไปเรายังคงมุ่งเน้นการจัดสรรเงินทุนอย่างรอบคอบ การเสริมสร้างความแข็งแกร่งของงบดุล และการสนับสนุนการเติบโตในอนาคตที่สร้างมูลค่าระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้น โดยยังคงรักษาความสมดุลระหว่างการลงทุนกลยุทธ์หลัก และการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัย เพื่อยกระดับการเติบโตอย่างมีกำไรต่อเนื่อง”

จุดเด่นผลการดำเนินงานทางการเงิน

ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าสร้างผลกำไรสุทธิหลังหักภาษีต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน โดยได้รับแรงหนุนจากการประหยัดต้นทุนจากการได้ใบอนุญาตคลื่นความถี่และการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน รายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย IC ในไตรมาส 4/2568 ลดลง 1.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และลดลง 0.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของรายได้จากธุรกิจออนไลน์และธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิก เมื่อปรับปรุงผลกระทบจากรายได้การให้บริการข้ามโครงข่ายภายในประเทศที่ลดลง รายได้จากการให้บริการลดลง 0.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน การลดลงของรายได้ค่าเช่าโครงข่ายเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ภายหลังการสิ้นสุดสัญญาเช่าโครงข่ายกับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 เป็นปัจจัยที่ทำให้รายได้รวมลดลง 10.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ลดลง 1.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 36.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากการเปิดตัว iPhone

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานไม่รวมค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อยู่ที่ 28.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากการสิ้นสุดค่าเช่าใช้คลื่นความถี่เนื่องจากการหมดอายุสัญญาการใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ร่วมกับ NT ค่าใช้จ่ายด้านโครงข่ายลดลง 27.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากการได้ใบอนุญาตคลื่นความถี่และการประหยัดต้นทุนจากการพัฒนาโครงข่ายให้ทันสมัย (Network Modernization) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) เพิ่มขึ้น 5.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากค่าใช้จ่าย outsource และค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ต้นทุนอื่นในการให้บริการลดลง 8.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการประหยัดต้นทุนสุทธิจาก EPL

นับตั้งแต่การควบรวมกิจการเสร็จสมบูรณ์ ทรู คอร์ปอเรชั่น บันทึกการปรับตัวดีขึ้นของ EBITDA จำนวน 8.4 พันล้านบาท สำหรับไตรมาส 4/2568 บริษัทฯ รายงาน EBITDA เพิ่มขึ้น 10.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ 3.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากการได้มาของใบอนุญาตคลื่นความถี่และการประหยัดต้นทุนที่เกี่ยวข้อง สำหรับทั้งปี 2568 EBITDA เพิ่มขึ้น 7.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้จากการให้บริการปรับตัวดีขึ้น 6.9 จุดเปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อยู่ที่ 67.5% สำหรับไตรมาสนี้ ทั้งนี้ อัตราส่วนโครงสร้างทางการเงิน (Leverage) ของทรู คอร์ปอเรชั่น อยู่ที่ 4.0 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 4/2568 ลดลง 0.2 เท่า เมื่อเทียบทั้งกับปีก่อนหน้าและไตรมาสก่อน

สำหรับไตรมาส 4/2568 ทรู คอร์ปอเรชั่น รายงานกำไรสุทธิหลังหักภาษี 4 พันล้านบาท บริษัทฯ บันทึกรายการที่ไม่ใช่เงินสดที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (One-Time Non-Cash Items) จำนวน 2.1 พันล้านบาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับการด้อยค่าของเงินลงทุน สินทรัพย์ และค่าความนิยม หักกลบด้วยกำไรจากสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีและเงินลงทุนในบริษัทร่วม เมื่อปรับปรุงผลกระทบจากรายการครั้งเดียวดังกล่าว กำไรสุทธิหลังหักภาษีมีจำนวน 6.1 พันล้านบาท ค่าใช้จ่ายด้านการลงทุน (CAPEX) ในไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 1.15 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน CAPEX ต่อยอดขาย 24% สำหรับไตรมาสนี้

LATEST NEWS

IP โชว์ผลงาน 2025 กำไรพุ่งทำนิวไฮแตะ 136 ลบ. รายได้ทะลุ 2.2 พันลบ. มุ่งสู่บริษัทนวัตกรรมสุขภาพครบวงจร

บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) โชว์ผลงานปี 2568 ท็อปฟอร์ม กำไรสุทธิแตะ 136 ล้านบาท หลังจากโครงการลงทุนต่างๆ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เริ่มเก็บเกี่ยวรายได้และกำไรได้มากขึ้นต่อเนื่อง รายได้รวมโต 16% แตะ 2,214 ล้านบาท อานิสงค์ทุกกลุ่มธุรกิจเติบโตแกร่งต่อเนื่อง บอร์ดเคาะจ่ายปันผล 0.073 บาท/หุ้น กำหนดสิทธิรับปันผล 7 พฤษภาคม 2569 จ่ายเงินปันผล 25 พฤษภาคม 2569 เล็งชงขอมติผู้ถือหุ้น 27 เมษายนนี้ ปักหมุดปี 2569 รายได้รวมแตะ 2.4 – 2.5 พันลบ.

THRE รับชำระคืนหนี้เต็มจำนวนกว่า 220 ลบ.

THRE ปิดดีลข้อพิพาทบริษัทประกันภัยต่อต่างประเทศ รับชำระคืนหนี้เต็มจำนวน พร้อมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมรวมกว่า 220 ล้านบาท คู่กรณีจ่ายเต็มจำนวนตามคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการ พร้อมบันทึกส่วนต่างมูลหนี้กว่า 80 ล้านบาท เข้าไตรมาส 1/2569 

THREL ปักธงปี 2569 พลิกกำไร กด Combined ต่ำกว่า 95% 

THREL ปักธงผลงานปี 2569 พลิกกำไร กด Combined Ratio เหลือต่ำกว่าระดับ 95% ชูกลยุทธ์ปั้นพอร์ตคุณภาพ เดินหน้าปรับเงื่อนไขประกันภัยต่อรับเกณฑ์ตั้งสำรองตามมาตรฐาน TFRS17 ปิดช่องโหว่ความเสี่ยงทุกมิติ พร้อมขยายฐานผลิตภัณฑ์กลุ่มมาร์จิ้นสูง ควบคู่การมองหาพันธมิตรและธุรกิจใหม่ ต่อจิ๊กซอว์การเติบโตแกร่ง หลังปิดผลงานปี 2568 กวาดเบี้ยประกันภัยต่อรับ 4,041 ล้านบาท คุม Combined Ratio ได้ตามเป้าเหลือ 99.8%

RELATED