TRUE เคาะดอกเบี้ยหุ้นกู้ชุดใหม่อายุ 4-10 ปี ที่ 2.50-3.25% ต่อปี เปิดขาย 30 เม.ย.-6 พ.ค.

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ 4 ชุด อายุตั้งแต่ 4 ปี ถึง 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ตั้งแต่ 2.50-3.25% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุกๆ 6 เดือน คาดเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 30 เมษายน และวันที่ 5-6 พฤษภาคม 2569 ผ่าน 7 สถาบันการเงินชั้นนำได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ธนาคารยูโอบี บล.เกียรตินาคินภัทร และ บล.เอเซีย พลัส รวมถึงการขายผ่านแอปพลิเคชัน TrueMoney Wallet โดยมีธนาคารกรุงศรีอยุธยา เป็นนายทะเบียนหุ้นกู้และผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้

หุ้นกู้ชุดนี้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ “A+” แนวโน้ม “บวก” (Positive) จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 สะท้อนความเชื่อมั่นของพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง รวมถึงบทบาทของทรูในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ

นายนกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน TRUE กล่าวว่า ท่ามกลางภาวะอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ และทิศทางตลาดการเงินที่ผันผวนจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก TRUE ยังคงมุ่งรักษาเสถียรภาพพร้อมบริหารเงินทุนระยะยาวอย่างมีวินัย การเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ทั้ง 4 ชุด อายุ 4-10 ปี ถือเป็นส่วนสำคัญในการบริหารโครงสร้างทางการเงินให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เสริมความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงินและรองรับแผนการลงทุนในอนาคตของบริษัทฯ ซึ่งนับเป็นโอกาสการลงทุนที่โดดเด่นและพร้อมมอบผลตอบแทนที่คุ้มค่าสม่ำเสมอ ตอบโจทย์ผู้ลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดยังมีความไม่แน่นอน

หุ้นกู้ที่เสนอขายในครั้งนี้จะเสนอขายแก่ผู้ลงทุนทั่วไป (Public Offering) จำนวน 4 ชุด วัตถุประสงค์เพื่อนำเงินที่ได้ไปชำระคืนหนี้หุ้นกู้ที่ถึงกำหนดชำระและให้กู้ยืมแก่บริษัทย่อยเพื่อนำเงินที่ได้ไปไถ่ถอนหุ้นกู้ที่ถึงกำหนดชำระ ตามแผนการบริหารการเงินของบริษัทฯ โดยหุ้นกู้ที่ออกเป็นชนิดระบุชื่อผู้ถือ ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จ่ายดอกเบี้ยทุกๆ 6 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ จองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท

1. หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.50% ต่อปี

2. หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.60% ต่อปี

3. หุ้นกู้ชุดที่ 3 อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.00%ต่อปี

4. หุ้นกู้ชุดที่ 4 อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.25% ต่อปี และผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนวันครบกำหนดได้ตั้งแต่หุ้นกู้ครบปีที่ 5 เป็นต้นไป

LATEST NEWS

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

NER โดดเด่นครึ่งปีหลัง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท รับอานิสงส์ราคายางฟื้น-Supply ตึงตัว คาดกำไรปี 69 แตะ 1.8 พันลบ. ชูจุดเด่น PE ต่ำกลุ่มสินค้า EUDR

นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท/หุ้น มองแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 69 มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น ตามทิศทางราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะ Supply ในตลาดที่ตึงตัว พร้อมมอง NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการ EUDR ของยุโรป หากเริ่มบังคับใช้ ขณะที่คาดกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท และราคาหุ้นยังมีจุดเด่นจากค่า PE ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า EUDR

RELATED