ทรู มูฟ เอช ยื่นประมูลคลื่นความถี่โทรคมนาคมตามประกาศ กสทช. เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้า

ทรู มูฟ เอช เผยคณะกรรมการบริษัทมีมติเห็นชอบยื่นคำขอเพื่อเข้าร่วมประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่โทรคมนาคม ตามประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล ย่าน 850 MHz 1500 MHz 2100 MHz และ 2300 MHz โดยการพิจารณาเข้าร่วมประมูลในครั้งนี้ บริษัทฯ ได้มีการวิเคราะห์และประเมินอย่างละเอียดถี่ถ้วน รวมทั้งได้ว่าจ้างที่ปรึกษาภายนอกเข้ามาทำการศึกษาความเหมาะสมในการลงทุนในแต่ละย่านคลื่นความถี่ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้า และการใช้งานสื่อสารดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งเพื่อส่งเสริมพัฒนาภาคอุตสาหกรรม ภาคเศรษฐกิจ ภาคสังคม และมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยทีมผู้บริหาร ได้ยื่นคำขอเพื่อเข้าประมูลคลื่นความถี่ที่ กสทช. เรียบร้อยแล้ว

นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกิจการองค์กร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ทรู คอร์ปอเรชั่น มุ่งมั่นในการเป็นบริษัทโทรคมนาคม-เทคโนโลยีชั้นนำของไทย และยกระดับในการพัฒนาคุณภาพโครงข่ายในการให้บริการทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยทำเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้าที่จะได้เข้าถึงการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการเข้าถึงอย่างเท่าเทียมทุกพื้นที่ พร้อมทั้งยังเป็นการสร้างความแข็งแกร่งต่อจุดยืนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อประเทศในระยะยาว โดย บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ได้มายื่นคำขอเพื่อเข้าร่วมประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่โทรคมนาคมตามที่ สำนักงาน กสทช. จะจัดประมูลคลื่นความถี่ ซึ่งการประมูลครั้งนี้นับว่าเป็นโอกาสสำคัญที่บริษัทฯ จะทำให้ดีที่สุดไม่ใช่แค่เพื่อลูกค้าแต่รวมถึงเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยให้ก้าวสู่ผู้นำในภูมิภาคอีกด้วย”

ทั้งนี้ บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ได้ยื่นคำขอเพื่อเข้าประมูลเป็นที่เรียบร้อย โดยศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการ กสทช. พร้อมด้วย นายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการ กสทช.สายงานกิจการโทรคมนาคม เป็นผู้รับมอบเอกสารหลักฐานต่างๆ เพื่อนำไปพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติผู้เข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ตามขั้นตอนต่อไป สำหรับการประมูลคลื่นความถี่จะจัดขึ้นในวันที่ 29 มิถุนายน 2568

LATEST NEWS

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

NER โดดเด่นครึ่งปีหลัง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท รับอานิสงส์ราคายางฟื้น-Supply ตึงตัว คาดกำไรปี 69 แตะ 1.8 พันลบ. ชูจุดเด่น PE ต่ำกลุ่มสินค้า EUDR

นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท/หุ้น มองแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 69 มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น ตามทิศทางราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะ Supply ในตลาดที่ตึงตัว พร้อมมอง NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการ EUDR ของยุโรป หากเริ่มบังคับใช้ ขณะที่คาดกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท และราคาหุ้นยังมีจุดเด่นจากค่า PE ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า EUDR

RELATED