TVH ผลงาน 1Q24 กำไรสุทธิพุ่ง 17% แตะ 122 ลบ. อานิสงส์บริษัทลูกโตแกร่ง-ตลาดหุ้นฟื้นหนุนลงทุนสดใส ส่งซิกลุยนำ AI ขยายฐานดันเบี้ยประกันภัยรับปีนี้ทะลุ 8 พันลบ. 

TVH กางผลงานงวดไตรมาส 1/2567 กำไรสุทธิโตแตะ 122 ล้านบาท อานิสงส์บริษัทลูก “ประกันภัยไทยวิวัฒน์” เสิร์ฟงบแกร่ง กวาดรายได้รับประกันภัย 1,714 ล้านบาท พร้อมมีกำไรจากการลงทุน 59 ล้านบาท หลังเศรษฐกิจ-ตลาดหุ้นฟื้น หนุนราคาหลักทรัพย์ขยับบวก ส่งซิกเดินหน้านำ AI พัฒนาโปรดักส์-บริการ ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคแบบ Personalized รองรับไลฟ์ไตล์คนยุคใหม่ ภายใต้ยุทธศาสตร์ “องค์กรประกันภัยแห่งนวัตกรรม” หวังขยายฐานลูกค้า ดันเบี้ยประกันภัยรับรวมทั้งปี 2567 โตทะลุ 8,000 ล้านบาท

นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TVH ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ซึ่งมีธุรกิจประกันภัยเป็นธุรกิจหลัก ประกอบด้วย ธุรกิจประกันวินาศภัยในประเทศไทย, ธุรกิจประกันภัยในต่างประเทศ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันภัย เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1 ปี 2567 ว่า ภาพรวมยังคงแข็งแกร่งตามการเติบโตที่ดีของบริษัทลูกอย่าง “ประกันภัยไทยวิวัฒน์”

โดยบริษัทฯ มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 17.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แตะ 122 ล้านบาท มีรายได้จากธุรกิจประกันภัยเติบโตแตะ 1,714 ล้านบาท ตามการเติบโตของรายได้กลุ่มประกันภัยรถยนต์ที่ทำได้ 1,506 ล้านบาท รายได้จากกลุ่มประกันภัยเบ็ดเตล็ดที่เติบโตขึ้นกว่า 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แตะ 174 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการเดินหน้าคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ โดยทำแคมเปญและนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่มีความยืดหยุ่นและคุ้มค่าแก่ผู้บริโภคแบบรายบุคคล (Personalized) รองรับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ได้อย่างลงตัว รวมถึงการเดินหน้าขยายฐานประกันภัยรถยนต์ EV อันเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Insurtech อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการตลาดกับพันธมิตร เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างให้กับลูกค้า อาทิ กลุ่มบางจาก ธนาคาร UOB, True Money เป็นต้น 

สำหรับค่าใช้จ่ายรวมจากการรับประกันภัย และการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อยราว 2% จากช่วงเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 1,624 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายการรับประกันภัยราว 1,371 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอยู่ที่ 252 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังมีผลกำไรจากการลงทุนเพิ่มขึ้นกว่า 82% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อนแตะ 59 ล้านบาท สาเหตุสำคัญมาจากภาวะเศรษฐกิจและตลาดหุ้นที่ฟื้นตัวดีขึ้น หนุนราคาหลักทรัพย์โดยรวมให้ปรับตัวสูงขึ้น

นายจีรพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มการเติบโตของ “ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้ง” ช่วงไตรมาส 2 ต่อเนื่องครึ่งหลังของปี 2567 ยังมีสัญญาณที่ดีตามการเติบโตของธุรกิจหลักอย่างธุรกิจประกันภัย ภายใต้การขับเคลื่อนของบริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทลูก ด้วยการเดินหน้าคิดค้นพัฒนานวัตกรรม นำ AI มาพัฒนาต่อยอดตั้งแต่ขั้นตอนการซื้อ, การใช้งาน รวมไปถึงการเคลม ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคโดยเฉพาะแบบรายบุคคล (Personalized) รองรับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ได้อย่างลงตัว โดยมี “ประกันรถเปิดปิด” ผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ทั้งขับมาก ขับน้อย หรือไม่ค่อยได้ขับ ก็ช่วยประหยัดสูงสุด 80%  “ประกันสุขภาพ Active Health” ผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพที่ส่งเสริมการออกกำลังกาย ยิ่งออกกำลังกาย เบี้ยยิ่งลด สูงสุด 40% และประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ เป็นตัวชูโรง เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ผลักดันเบี้ยประกันภัยรับรวมปี 2567 เติบโตทะลุ 8,000 ล้านบาท 

ทั้งนี้ ปัจจุบันคนไทยเข้าถึงประกันภัยต่ำมากเพียง 1-2% ของจีดีพี เทียบกับประเทศพัฒนาแล้วสูงถึง 10-20% ดังนั้นภาพรวมตลาดประกันภัยของไทยยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะหากมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในโปรดักส์และบริการอย่างแพร่หลาย จะช่วยกระตุ้นและยกระดับตลาดให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดได้อีกขั้น ซึ่งที่ผ่านมาไทยวิวัฒน์ฯได้นำเทคโนโลยีมาใช้อย่างต่อเนื่อง โดยมีประกันรถเปิดปิดเป็นตัวชูโรงของผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ ซึ่งช่วยแก้ Pain Point ให้กับผู้ซื้อประกันภัยได้อย่างตรงจุด คุ้มค่าเงินที่จ่าย 

รวมถึงได้นำ AI มาใช้ เพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า เพื่อให้การทำประกันรถยนต์นั้นง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น อาทิ “MARS Inspect” AI ตรวจสภาพรถยนต์แบบเรียลไทม์ ที่มีความแม่นยำในการวิเคราะห์ชิ้นส่วนความเสียหายของรถยนต์ ช่วยลดระยะเวลาการซื้อประกันและตรวจสภาพรถยนต์ให้เร็วขึ้นถึง 10 เท่า รวมถึง “MARS Garage” AI  ประเมินการซ่อมรถ อย่างแม่นยำ และเรียลไทม์ที่เพิ่มความสะดวกและลดขั้นตอนระหว่างอู่และบริษัทประกัน เพื่อให้รถของลูกค้าได้รับบริการที่รวดเร็ว  ส่วนผลิตภัณฑ์ชูโรงอีกตัว คือ ประกันสุขภาพ Active Health ที่ส่งเสริมให้ผู้ถือกรมธรรม์ออกกำลังกาย ด้วยการนำเทคโนโลยี Wearable เข้ามาช่วยในการ Track นาทีการออกกำลังกาย เพื่อนำมาใช้เป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกัน ยิ่งออกกำลังกาย เบี้ยจะยิ่งลดสูงสุดถึง 40%

LATEST NEWS

SCB WEALTH เปิดผลงานย้อนหลัง 10 ปี ตลาดหุ้นสหรัฐโชว์ผลงานโดดเด่นเฉลี่ย 15%ต่อปี แนะลงทุนยาวหนุนมั่งคั่ง จับจังหวะลงทุนเกาหลีใต้-เวียดนาม-จีน H-Share

SCB WEALTH เผย ผลตอบแทนตลาดหุ้นย้อนหลัง 10 ปี (2555 – 2566) พบตลาดหุ้นสหรัฐสร้างผลตอบแทนดีที่สุดเฉลี่ย 15% ต่อปี มองทิศทางกำไรบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นทั่วโลก มีแนวโน้มเติบโตได้ดี แนะพอร์ตลงทุน ใน Core Portfolio  เน้นลงทุนประมาณ 75 -100 % ควรมีสินทรัพย์ที่หลากหลายและมีสภาพคล่อง  พร้อมมองหาโอกาสลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ  ยุโรป และญี่ปุ่น ส่วนตลาดเกิดใหม่ ที่น่าสนใจ เศรษฐกิจมีอัตราการเติบโตสูง  ได้แก่ อินเดีย  อินโดนีเซีย และจีน  รวมถึงสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากสงคราม และเงินเฟ้อ ส่วน Opportunistic Portfolio   สัดส่วนลงทุน 0-25 % มุ่งเน้นไปยังตลาดที่มองเห็นโอกาสในระยะสั้น แนะลงทุนในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เวียดนาม และตลาดหุ้นจีน H-Share

PrimeStreet Capital ผนึก Photon Group ร่วมบริหารการลงทุนกองทุน 150 ล้านดอลลาร์ ลุยพลังงานยั่งยืนเสริมความมั่นคงประเทศ

PrimeStreet Capital ผู้บริหารกองทุน Global Venture Capital สัญชาติไทย ลงนามความร่วมมือ Photon Group บริษัทบริหารจัดการสินทรัพย์รายใหญ่ สัญชาติญี่ปุ่น ลุยลงทุน 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างความยั่งยืนด้านพลังงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เน้นกลยุทธ์ “Inside Out – Outside In” ของกองทุน PrimeStreet Capital เสริมความมั่นคงและเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน ยกระดับศักยภาพ Ecosystem ประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ต่อยอดการเติบโตสู่กองทุน Global Venture Capital ตามเป้า

AH เปิดเผยงบ Q1/67 รายได้กว่า 7,580 ลบ. ชูกลยุทธ์ Diversification โตต่างประเทศ พื้นฐานกิจการแข็งแกร่ง-ปันผลสูง

AH เปิดเผยผลประกอบการ Q1/67 รายได้รวม 7,580 ล้านบาท กำไรสุทธิ 319 ล้านบาท ชูจุดแข็งกลยุทธ์กระจายเสี่ยง ออเดอร์คำสั่งซื้อจีนเพิ่ม ธุรกิจในมาเลเซียโตต่อ ตอกย้ำความแข็งแกร่งผู้นำยานยนต์ พร้อมเติบโตเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวรอบใหม่ ผู้บริหารมุ่งหน้าหาออเดอร์และลูกค้าใหม่ต่อเนื่อง ควบคู่กับการบริการจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด เน้นสร้างผลตอบแทนระยะยาวต่อผู้ถือหุ้น นับเป็นหุ้นพื้นฐานกิจการดี-ปันผลสูงถึง 8%

RELATED