TVH 1Q25 รายได้ประกันภัยโตทะลุ 1.8 พันลบ. แจง TFRS 17 ไม่กระทบพื้นฐานธุรกิจ ย้ำเป้าปี 68 กวาดเบี้ยรับกว่า 8.5 พันลบ.

ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้ง โชว์ผลงานงวดไตรมาส 1/2568 กำไรสุทธิหลังหักภาษี สูงถึง 83 ล้านบาท ผลจากบริษัทลูก “ประกันภัยไทยวิวัฒน์” ทำผลงานแกร่งต่อเนื่อง มีรายได้จากการรับประกันภัยโตเกือบ 6% แตะ 1,883 ล้านบาท มั่นใจว่า ปีนี้เบี้ยรับรวมโตทะลุ 8,500 ล้านบาทตามเป้าหมาย 

นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TVH ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ซึ่งมีธุรกิจประกันวินาศภัยในประเทศไทยเป็นธุรกิจหลัก เปิดเผยภาพรวมผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1 ปี 2568 ว่า บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทลูกทำผลงานได้โดดเด่นต่อเนื่อง โดยสามารถทำเบี้ยประกันภัยรับได้ถึง 1,883 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน และยังสามารถทำกำไรจากการรับประกันภัยสำหรับในไตรมาสหนึ่งนี้สูงถึง 108 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 16% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา 

ผลประกอบการที่มีการปรับตัวดีขึ้นมาอย่างต่อเนื่องนี้ เป็นผลมาจากการที่ ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ได้นำนวัตกรรมควบคู่กับการใช้เทคโนโลยี AI มาบริหารจัดการทั้งในการรวบรวม จัดหมวดหมู่ และวิเคราะห์ ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สามารถ ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ คัดเลือกผู้บริโภคที่ควรจะเป็นกลุ่มเป้าหมาย บริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งสามารถบริหารต้นทุนการให้บริการด้านประกันวินาศภัยอย่างมีประสิทธิภาพ  อาทิ การนำเอาระบบนวัตกรรมที่ได้พัฒนาขึ้นจากบริษัทด้านเทคโนโลยี ในกลุ่มของบริษัท TVH (บริษัท MARS จำกัด) ที่เรียกว่าระบบ MARS Inspect มาใช้ในการประเมินสภาพรถก่อนรับประกัน, ระบบ MARS Garage ประเมินความเสียหายจากอุบัติเหตุ ซึ่งปัจจุบันได้ให้อู่ในสัญญาครอบคลุมทั่วประเทศกว่าพันแห่ง นำมาใช้ในการประเมินค่าซ่อมสำหรับรถประกัน รวมถึงระบบการเคลมประกันด้วยตัวเองผ่าน Application 

นอกจากนั้น ยังได้นำฐานข้อมูลที่ได้มีการรวบรวมจากผลิตภัณฑ์ประกันรถเปิดปิด มาปรับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ซึ่งมีผลทำให้ ผู้เอาประกันรถเปิดปิดได้รับการบริการอย่างสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ทำให้การประกันรถเปิดปิดได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยจะเห็นได้จากอัตราการต่ออายุของผู้เอาประกันรถเปิดปิดที่มีอัตราสูงถึงกว่า 80 %  เป็นผลทำให้ผลิตภัณฑ์การประกันรถเปิดปิดยังคงเติบโตแข็งแกร่ง ทั้งจุดแข็งที่ช่วยลูกค้าประหยัดค่าเบี้ยสูงสุดถึง 80% เมื่อเทียบประกันรถยนต์รายปี และล่าสุดได้พัฒนาต่อยอดฟีเจอร์ใหม่ รถติดไม่คิดเบี้ย ที่นับเป็นการตอกย้ำการคิดเผื่อเพื่อผู้บริโภคไปอีกขั้น 

ขณะที่ประกันภัยประเภทอื่นๆ ของ ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ก็สามารถเติบโตโดดเด่นกว่า 35% เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แตะ 368 ล้านบาท จากการเดินหน้าขยายฐานกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ และเพิ่มช่องทางการขายเพิ่มมากขึ้นจากปีที่ผ่านมา ทั้งโมเดิร์นเทรด และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ช โดยล่าสุดบริษัทได้ขายประกันสุขภาพ Active Health และประกันรถเปิดปิด ผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรด อาทิ การขายโดยบริษัทนายหน้าประกันภัยของห้างโลตัส เป็นต้น เพื่อขยายฐานและเพิ่มโอกาสให้กลุ่มลูกค้าสามารถเข้าถึงการประกันภัยได้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเดินหน้าขยายแนวคิด “Beyond Insurance” อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านแคมเปญ Caring Forward ส่งต่อความดี ด้วยการขับขี่ปลอดภัย โดยประกันภัยไทยวิวัฒน์ จะบริจาคเบี้ยประกันส่วนหนึ่งของกรมธรรม์เพื่อลดหย่อนภาษีเงินได้ของผู้เอาประกันภัย ซึ่งเป็นแนวคิดที่นำเสนอต่อผู้เอาประกันภัยเป็นครั้งแรกของประเทศไทย 

นายจีรพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับค่าใช้จ่ายการรับประกันภัยงวดไตรมาส 1/2568 เพิ่มขึ้นราว 8% อยู่ที่ 1,653 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากค่าสินไหมจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามจากการบริหารความเสี่ยงด้วยการประกันภัยต่อของประกันภัยไทยวิวัฒน์ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เหตุการณ์แผ่นดินไหวมีผลกระทบอย่างมีขอบเขตจำกัดกับผลประกอบการของประกันภัยไทยวิวัฒน์ นอกจากสินไหมจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวแล้ว ทางประกันภัยไทยวิวัฒน์ ได้มีการปรับปรุงการตั้งสำรองการรับประกันภัยให้เป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 17 เรื่องสัญญาประกันภัย (TFRS 17) ทดแทนมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 4 (TFRS 4) เดิม ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ที่ผ่านมานั้น โดยสรุปประกันภัยไทยวิวัฒน์ สามารถทำกำไรสุทธิงวดไตรมาส 1/2568 ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 17 นี้ได้สูงถึง 83 ล้านบาท 

ทั้งนี้ บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVH ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ซึ่งแบ่งโครงสร้างธุรกิจเป็น 2 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย 1.กลุ่มธุรกิจหลัก ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับประกันภัย ประกอบไปด้วยธุรกิจประกันวินาศภัยในไทย ธุรกิจประกันภัยในต่างประเทศ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันภัย และ 2.กลุ่มธุรกิจอื่นที่นอกเหนือจากธุรกิจประกันภัย โดยพิจารณาความเป็นไปได้ในการเข้าลงทุนในธุรกิจที่ส่งเสริมธุรกิจประกันภัย และหรือธุรกิจมีผลตอบแทนสูง เพื่อสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว

LATEST NEWS

BCP จากขาดทุนสู่กำไรหมื่นล้าน! เดือนเดียวหุ้นพุ่ง 30%

บางจากพลิกผลงานกลับมาอย่างร้อนแรงในไตรมาส 2/2569 หลังธุรกิจโรงกลั่นได้แรงหนุนจากค่าการกลั่นและราคาพลังงานที่สูงขึ้น ขณะที่เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ SAF เริ่มสร้างรายได้เชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรก

COCOCO คว้ารางวัล Prime Minister’s Export Award 2026 “ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกยอดเยี่ยม (Best Exporter)” ตอกย้ำศักยภาพผู้ส่งออกไทยสู่เวทีโลก

บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO รับรางวัล ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น ประจำปี 2569 (Prime Minister’s Export Award 2026) ในประเภทรางวัล ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกยอดเยี่ยม (Best Exporter) ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่มอบให้แก่ผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพโดดเด่นด้านการส่งออก มีมาตรฐานการดำเนินธุรกิจเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการส่งออกของประเทศ

TRUE โชว์งบ Q2/69 กำไรนิวไฮ 6.6 พันล้าน โตต่อเนื่อง 6 ไตรมาส พร้อมจ่ายปันผล 5.2 พันล้าน

ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 ยังคงรักษาสถิติการเติบโตและทำกำไรต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกัน โดยทำกำไรสุทธิหลังหักภาษีได้ 6.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน และมี EBITDA สูงถึง 2.83 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.5% จากปีก่อนหน้า สะท้อนถึงการเติบโตของรายได้ในทุกกลุ่มธุรกิจและการบริหารจัดการเงินอย่างมีวินัย ท่ามกลางความท้าทายจากเศรษฐกิจมหภาค

RELATED