TVH โชว์ผลงานบริษัทลูก “ประกันภัยไทยวิวัฒน์” งวด 2Q23 กำไรพุ่ง 117 ลบ. -รายได้รวมเกือบ 1,800 ลบ.

TVH โชว์ผลงานบริษัทลูก “ประกันภัยไทยวิวัฒน์” งวดไตรมาส 2/2566 กำไรสุทธิพุ่ง 85% แตะ 117 ล้านบาท รายได้รวมโตแตะ 1,798 ล้านบาท จากเบี้ยประกันภัยรับที่เติบโตต่อเนื่อง ทั้งกลุ่ม Motor และ Non-Motor หัวเรือใหญ่ “จีรพันธ์” ย้ำเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมประกันภัย มั่นใจภาพรวมทั้งปี 2566 ผลงานบริษัทลูก “ประกันภัยไทยวิวัฒน์” โดดเด่นกวาดเบี้ยรับรวมทะลุ 8,000 ล้านบาท ตามเป้าหมายที่วางแผนไว้

นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TVH บริษัทแม่ของบริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVI เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2566 ของ “ประกันภัยไทยวิวัฒน์” ยังคงรักษาการเติบโตได้แกร่งเหมือนที่ผ่านมา โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 85% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แตะ 117 ล้านบาท รายได้สุทธิเพิ่มขึ้นกว่า 24% อยู่ที่ 1,798 ล้านบาท ซึ่งโดยรายได้จากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 14% แตะ 1,761 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากการเติบโตของทั้งเบี้ยประกันภัยรถยนต์ (Motor) และประกันภัยกลุ่ม Non-Motor

โดยประกันภัยไทยวิวัฒน์ สามารถทำเบี้ยประกันภัยรถยนต์เพิ่มขึ้นในไตรมาส 2 อยู่ที่ 1,400 ล้านบาท จากกระแสประกันภัยรถยนต์แบบเปิดปิดที่ยังคงได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี ขณะที่เบี้ยประกันภัยกลุ่ม Non-Motor เติบโตกว่า 30% แตะ 289 ล้านบาท ตามการเพิ่มขึ้นของประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (Personal Accident Insurance : PA), ประกันภัยสุขภาพ (Health Insurance), ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง (Travel Insurance), การประกันภัยสัตว์เลี้ยง (Pet Insurance) และการประกันภัยทรัพย์สิน (Property insurance) ซึ่งเป็นผลจากการเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมภายใต้สโลแกน “คิดเผื่อเพื่อทุกชีวิต” อันนำมาสู่การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการ และไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว

สำหรับค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,414 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 239 ล้านบาท ตามการเติบโตของเบี้ยประกันภัย อย่างไรก็ตาม จากการมุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการงานบริการ รวมถึงการเพิ่มความแม่นยำระบบคัดกรองความเสี่ยง ด้วยการนำ Big Data และเทคโนโลยีมาเข้าปรับใช้ ส่งผลให้บริษัทฯสามารถควบคุมอัตราค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ให้อยู่ในระดับที่ยังเหมาะสมได้ราว 59%

นายจีรพันธ์ บอกเพิ่มเติมว่า ล่าสุด “ประกันภัยไทยวิวัฒน์” อยู่ระหว่างการทดสอบระบบเคลมประกันรถยนต์ด้วย AI เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส แม่นยำ และลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากคน (Human Error) พร้อมเร่งเดินหน้าขยายตลาดประกันภัยรถยนต์ปี 2 โดยจะลุยทำตลาดประกันภัยรถยนต์แบบเปิดปิดอย่างเต็มรูปแบบ จากปัจจุบันมียอดกรมธรรม์รวมทั้งหมดแล้วกว่า 250,000 กรมธรรม์ รวมไปถึงการพิจารณาปรับเบี้ยให้สอดคล้องความต้องการ และสถานการณ์ความเป็นจริงในปัจจุบัน 

ควบคู่ไปกับการคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่มีความเฉพาะตัว สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์และความต้องการส่วนบุคคลได้อย่างลงตัว โดยรถยนต์ไฟฟ้าจะออกผลิตภัณฑ์ทั้งประกันภัยตัวรถยนต์ และประกันภัยแท่นชาร์จ เพื่อความคุ้มครองที่ครอบคลุม ผลักดันการเติบโตแกร่งต่อเนื่อง มั่นใจภาพรวมทั้งปี 2566 “ประกันภัยไทยวิวัฒน์” เติบโตสดใสกวาดเบี้ยรับรวมทะลุเป้า 8,000 ล้านบาท 

ทั้งนี้ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVI ได้พิจารณาปรับโครงสร้างการถือหุ้นเป็นรูปแบบ โฮลดิ้ง คอมพานี โดยการนำ บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVH เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแทนหลักทรัพย์ TVI เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2566 ซึ่งเบื้องต้นได้แบ่งโครงสร้างธุรกิจเป็น 2  กลุ่มหลัก ประกอบด้วย 1.กลุ่มธุรกิจหลัก ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับประกันภัย ประกอบไปด้วยธุรกิจประกันวินาศภัยในไทย ธุรกิจประกันภัยในต่างประเทศ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันภัย และ2.กลุ่มธุรกิจอื่นที่นอกเหนือจากธุรกิจประกันภัย โดยพิจารณาความเป็นไปได้ในการเข้าลงทุนในธุรกิจที่ส่งเสริมธุรกิจประกันภัย และหรือธุรกิจมีผลตอบแทนสูง เพื่อสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว

LATEST NEWS

SCB WEALTH เปิดผลงานย้อนหลัง 10 ปี ตลาดหุ้นสหรัฐโชว์ผลงานโดดเด่นเฉลี่ย 15%ต่อปี แนะลงทุนยาวหนุนมั่งคั่ง จับจังหวะลงทุนเกาหลีใต้-เวียดนาม-จีน H-Share

SCB WEALTH เผย ผลตอบแทนตลาดหุ้นย้อนหลัง 10 ปี (2555 – 2566) พบตลาดหุ้นสหรัฐสร้างผลตอบแทนดีที่สุดเฉลี่ย 15% ต่อปี มองทิศทางกำไรบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นทั่วโลก มีแนวโน้มเติบโตได้ดี แนะพอร์ตลงทุน ใน Core Portfolio  เน้นลงทุนประมาณ 75 -100 % ควรมีสินทรัพย์ที่หลากหลายและมีสภาพคล่อง  พร้อมมองหาโอกาสลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ  ยุโรป และญี่ปุ่น ส่วนตลาดเกิดใหม่ ที่น่าสนใจ เศรษฐกิจมีอัตราการเติบโตสูง  ได้แก่ อินเดีย  อินโดนีเซีย และจีน  รวมถึงสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากสงคราม และเงินเฟ้อ ส่วน Opportunistic Portfolio   สัดส่วนลงทุน 0-25 % มุ่งเน้นไปยังตลาดที่มองเห็นโอกาสในระยะสั้น แนะลงทุนในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เวียดนาม และตลาดหุ้นจีน H-Share

PrimeStreet Capital ผนึก Photon Group ร่วมบริหารการลงทุนกองทุน 150 ล้านดอลลาร์ ลุยพลังงานยั่งยืนเสริมความมั่นคงประเทศ

PrimeStreet Capital ผู้บริหารกองทุน Global Venture Capital สัญชาติไทย ลงนามความร่วมมือ Photon Group บริษัทบริหารจัดการสินทรัพย์รายใหญ่ สัญชาติญี่ปุ่น ลุยลงทุน 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างความยั่งยืนด้านพลังงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เน้นกลยุทธ์ “Inside Out – Outside In” ของกองทุน PrimeStreet Capital เสริมความมั่นคงและเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน ยกระดับศักยภาพ Ecosystem ประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ต่อยอดการเติบโตสู่กองทุน Global Venture Capital ตามเป้า

AH เปิดเผยงบ Q1/67 รายได้กว่า 7,580 ลบ. ชูกลยุทธ์ Diversification โตต่างประเทศ พื้นฐานกิจการแข็งแกร่ง-ปันผลสูง

AH เปิดเผยผลประกอบการ Q1/67 รายได้รวม 7,580 ล้านบาท กำไรสุทธิ 319 ล้านบาท ชูจุดแข็งกลยุทธ์กระจายเสี่ยง ออเดอร์คำสั่งซื้อจีนเพิ่ม ธุรกิจในมาเลเซียโตต่อ ตอกย้ำความแข็งแกร่งผู้นำยานยนต์ พร้อมเติบโตเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวรอบใหม่ ผู้บริหารมุ่งหน้าหาออเดอร์และลูกค้าใหม่ต่อเนื่อง ควบคู่กับการบริการจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด เน้นสร้างผลตอบแทนระยะยาวต่อผู้ถือหุ้น นับเป็นหุ้นพื้นฐานกิจการดี-ปันผลสูงถึง 8%

RELATED