TVH ผลงาน 3Q23 กำไร 210 ล้านบาท บริษัทลูกหนุนแจกงบดี

TVH ผลงานงวดไตรมาส 3/2566 กำไรสุทธิ 210 ล้านบาทรายได้ 5,212 ล้านบาทบริษัทลูก “ประกันภัยไทยวิวัฒน์” หนุนโชว์ภาพรวม 9 เดือนแรกแกร่งกำไรสุทธิโตแตะ 219 ล้านบาท รายได้รวมทะลุ 5,200 ล้านบาทจากเบี้ยประกันภัยที่ยังเติบโตดีหัวเรือใหญ่ “จีรพันธ์” มั่นใจภาพรวมทั้งปี 2566 บริษัทลูก “ประกันภัยไทยวิวัฒน์” ผลงานโดดเด่นกวาดเบี้ยรับรวมทะลุเป้า 8,000 ล้านบาท 

นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TVH ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ซึ่งมีธุรกิจประกันภัยเป็นธุรกิจหลัก ประกอบด้วย ธุรกิจประกันวินาศภัยในประเทศไทย, ธุรกิจประกันภัยในต่างประเทศ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันภัย เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3 ปี 2566 ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้ง มีกำไรสุทธิ 210 รายได้รวม 5,212 ล้านบาท จากการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจประกันภัย ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจหลัก โดยเฉพาะบริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVI ที่ยังคงรักษาการเติบโตได้ดีต่อเนื่อง 

โดยภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2566 บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์ มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเกือบ 12% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แตะ 219 ล้านบาท รายได้รวมเพิ่มขึ้นกว่า 13% แตะ 5,207 ล้านบาท กวาดเบี้ยประกันภัยรับไปกว่า 5,121 ล้านบาท ตามการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรถยนต์ (Motor) เป็นสำคัญ จากกระแสตอบรับประกันรถยนต์แบบเปิดปิดที่ยังมีแนวโน้มที่ดี โดยการต่ออายุกรมธรรม์รถยนต์แบบเปิดปิดนี้ มีอัตราการต่ออายุสูงถึงกว่า 80 %  ทำให้มียอดกรมธรรม์รถยนต์แบบเปิดปิดรวมทั้งหมดแล้วกว่า 250,000 กรมธรรม์

ขณะที่ ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยเพิ่มขึ้นราว 13% อยู่ที่ 4,260 ล้านบาท จากค่าสินไหมทดแทน (เคลม) ที่เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 3,098 ล้านบาท ตามการเติบโตของเบี้ยประกัน อย่างไรก็ตาม จากการนำ Big Data และเทคโนโลยีมาเข้าปรับใช้ เพิ่มมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการงานบริการ รวมถึงการเพิ่มความแม่นยำระบบคัดกรองความเสี่ยง ส่งผลให้บริษัทฯสามารถควบคุมอัตราค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ให้อยู่ในระดับที่ยังเหมาะสมได้ราว 62%

นายจีรพันธ์ บอกเพิ่มเติมว่า “ประกันภัยไทยวิวัฒน์” ได้เร่งเดินหน้าขยายฐานตลาดประกันภัยรถยนต์ปี 2 โดยจะลุยทำตลาดประกันภัยรถยนต์แบบเปิดปิดอย่างเต็มรูปแบบ รวมทั้งพิจารณาปรับเบี้ยให้สอดคล้องความต้องการ และสถานการณ์ความเป็นจริงในปัจจุบัน ควบคู่ไปกับการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรรายใหม่ๆ เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าประกันภัยที่สะดวก รวดเร็วให้กับผู้บริโภค มั่นใจโค้งสุดท้ายของปีเติบโตสดใส หนุนภาพรวมทั้งปี 2566 เบี้ยรับรวมโตทะลุเป้า 8,000 ล้านบาท ผลักดัน “ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้ง” เติบโตแข็งแกร่ง

ข้อมูลเพิ่มเติม

บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVI ได้พิจารณาปรับโครงสร้างการถือหุ้นเป็นรูปแบบ โฮลดิ้ง คอมพานี โดยการนำ บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVH เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแทนหลักทรัพย์ TVI เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2566 ซึ่งเบื้องต้นได้แบ่งโครงสร้างธุรกิจเป็น 2 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย 1.กลุ่มธุรกิจหลัก ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับประกันภัย ประกอบไปด้วยธุรกิจประกันวินาศภัยในไทย ธุรกิจประกันภัยในต่างประเทศ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันภัย และ 2.กลุ่มธุรกิจอื่นที่นอกเหนือจากธุรกิจประกันภัย โดยพิจารณาความเป็นไปได้ในการเข้าลงทุนในธุรกิจที่ส่งเสริมธุรกิจประกันภัย และหรือธุรกิจมีผลตอบแทนสูง เพื่อสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว

LATEST NEWS

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

NER โดดเด่นครึ่งปีหลัง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท รับอานิสงส์ราคายางฟื้น-Supply ตึงตัว คาดกำไรปี 69 แตะ 1.8 พันลบ. ชูจุดเด่น PE ต่ำกลุ่มสินค้า EUDR

นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท/หุ้น มองแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 69 มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น ตามทิศทางราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะ Supply ในตลาดที่ตึงตัว พร้อมมอง NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการ EUDR ของยุโรป หากเริ่มบังคับใช้ ขณะที่คาดกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท และราคาหุ้นยังมีจุดเด่นจากค่า PE ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า EUDR

RELATED