“ประกันภัยไทยวิวัฒน์” ผนึก “ยูโอบี” เพิ่มช่องทางเสิร์ฟนวัตกรรมประกันภัย ขยายฐานกลุ่ม Next Generation

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ประกาศผนึกความร่วมมือยูโอบีเดินหน้าขยายช่องทางเสิร์ฟนวัตกรรมประกันภัยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ Next Generation ประเดิมส่งผลิตภัณฑ์ประกันรถเปิดปิดพร้อมโปรโมชันสุดเอ็กคลูซีฟสำหรับลูกค้ายูโอบีรับส่วนลด 25% สูงสุด 1,000 บาทตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 256 

นายเทพพันธ์ อัศวะธนกุล รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านนวัตกรรมประกันภัย กล่าวว่า ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ได้ผนึกความร่วมมือกับ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ขยายช่องทางการเข้าถึงนวัตกรรมประกันภัย เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว รองรับไลฟ์สไตล์กลุ่มคนรุ่นใหม่ Next Generation ซึ่งปัจจุบันมีความต้องการที่แตกต่างเฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น และมีพฤติกรรมเน้นคำนึงถึงความคุ้มค่า คุ้มราคาเงินที่ต้องจ่าย  

โดยเบื้องต้นประกันภัยไทยวิวัฒน์ส่งผลิตภัณฑ์นวัตกรรม (Innovation Product) “ประกันรถเปิดปิด” ประกันรถยนต์ที่จ่ายเบี้ยตามการขับจริง โดดเด่นด้วยความมีอิสระ และความแฟร์ของค่าเบี้ยประกัน ภายใต้ความคุ้มครองที่ครบ จบ เหมือนประกันภัยรายปีทั่วไป ซึ่งมาพร้อมโปรโมชันสุดเอ็กคลูซีฟ รับส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัย 25% สูงสุด 1,000 บาท และรับชั่วโมงความคุ้มครองเพิ่ม 10 ชั่วโมง สำหรับลูกค้าที่ซื้อผ่านช่องทางธนาคาร ยูโอบี ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – ธันวาคม 2566 

“ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ในฐานะผู้นำด้าน InsurTech ต้องการให้คนไทยเข้าถึงประกันภัยมากขึ้น เพื่อให้สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น ในราคาที่คุ้มค่า ภายใต้ความคุ้มครองที่ครบ และตรงกับความต้องการเฉพาะรายบุคคลอย่างลงตัวแบบแฟร์ๆ” นายเทพพันธ์ กล่าว  

นายเทพพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ยังเตรียมเดินหน้าคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยพิเศษโดยเฉพาะสำหรับลูกค้าธนาคาร ยูโอบี (Tailormade Product) อาทิ ผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพแผนใหม่ ที่เน้นให้ความคุ้มครองที่ตอบโจทย์ความต้องการ รองรับไลฟ์สไตล์กลุ่ม Next Generation อาทิ ประกันสุขภาพ Office Syndrome Care เพื่อมอบหลักประกันที่คุ้มค่าอย่างเหมาะสมให้กับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นพนักงานออฟฟิศ รวมถึงประกันสุขภาพ “Active Health” เพิ่มทางเลือกใหม่ที่คุ้มค่า ตอบโจทย์ความต้องการในการใช้ชีวิตของกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นแผนประกันสุขภาพเฉพาะลูกค้าธนาคารยูโอบี ที่มอบความคุ้มครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท คุ้มครองครบทั้ง IPD และ OPD  และยังมอบอุปกรณ์ Smartwatch เพื่อใช้สำหรับออกกำลังกาย พร้อมกับ Application “Thaivivat” ที่ให้บริการข้อมูลด้านสุขภาพ และแสดงข้อมูลการออกกำลังกายในแต่ละวัน ช่วยให้เราวางแผนเรื่องสุขภาพ รวมถึงสร้างความตื่นตัวให้กับผู้ใช้บริการโดยการนำข้อมูลการออกกำลังกายมาคำนวณเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันทุกเดือน ซึ่งแผนประกันสุขภาพดังกล่าวกำลังวางแผนจำหน่ายผ่านช่องทางธนาคารยูโอบี เร็วๆ นี้ 

ด้านนายยุทธชัย เตยะราชกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ที่ยูโอบี เรามุ่งเน้นการปรับแต่งโซลูชันทางการเงินที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์เพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกค้า และเราเชื่อว่าประกันภัยไทยวิวัฒน์เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มีวิสัยทัศน์แบบเดียวกับธนาคาร ที่ไม่หยุดยั้งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการที่ล้ำสมัย ด้วยความร่วมมือนี้ จะทำให้เราจัดจำหน่ายประกันวินาศภัยผ่านช่องทางบริการที่หลากหลายแบบ Omni-Channel ของธนาคาร ทั้งเครือข่ายสาขาทั้ง 143 แห่ง และแอป UOB TMRW เพื่อช่วยให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายและแรงบันดาลใจทางการเงินได้อย่างง่ายดาย”

LATEST NEWS

GC เสนอขายหุ้นกู้ต่อประชาชนทั่วไป 2 ชุด อายุ 7 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปีและ 10 ปีที่อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี พร้อมเดินหน้าบริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลและแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนก่อนครบกำหนด ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้แบ่งเป็น 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้รุ่นอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.65% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี เปิดจองซื้อ 3 ช่วง ระหว่างวันที่ 14–21 กันยายน 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA-(tha) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

WHART ทุ่ม 2.5 พันล้านฮุบ WGCL ล็อกสัญญาเช่า 30 ปี ชูจุดแข็งคลังสินค้า Built-to-Suit เคาะราคาขายสูงสุด 11.10 บาท เปิดจองหน่วยเพิ่มทุน 21 ก.ย.-1 ต.ค.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องด้วยการเข้าลงทุนใน WGCL ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท สินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 – 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย.-1 ต.ค.69 นี้

NER โดดเด่นครึ่งปีหลัง โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท รับอานิสงส์ราคายางฟื้น-Supply ตึงตัว คาดกำไรปี 69 แตะ 1.8 พันลบ. ชูจุดเด่น PE ต่ำกลุ่มสินค้า EUDR

นักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ให้ราคาเป้าหมายสูงสุด 6.50 บาท/หุ้น มองแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งหลังปี 69 มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น ตามทิศทางราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะ Supply ในตลาดที่ตึงตัว พร้อมมอง NER เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยางแท่งไทยที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากมาตรการ EUDR ของยุโรป หากเริ่มบังคับใช้ ขณะที่คาดกำไรทั้งปีมีโอกาสแตะ 1.8 พันล้านบาท และราคาหุ้นยังมีจุดเด่นจากค่า PE ที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า EUDR

RELATED