, ,

VinFast รถ EV สัญชาติเวียดนาม เลื่อนบุกตลาดสหรัฐเป็น ก.พ.นี้ เหตุส่งมอบล็อตแรกไม่ทัน พ.ย.ปีก่อน

VinFast ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายแรกของเวียดนาม กล่าวว่า บริษัทกำลังเดินหน้าตามแผนที่จะเริ่มผลิตรถยนต์ EV ในสหรัฐภายในปี 2024 ถึงแม้บริษัทเตรียมปรับลดจำนวนคนงานในทวีปอเมริกาเหนือ

VinFast ซึ่งเป็นบริษัทผลิตรถยนต์รายแรกของเวียดนามที่ผลิตรถภายใต้แบรนด์ยี่ห้อของตนเอง ได้ประกาศก่อนหน้านี้เรื่องแผนที่จะเปิดขายหุ้น IPO ของบริษัทเป็นครั้งแรกในตลาดหุ้นสหรัฐ

VinFast ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Vingroup บรรษัทการค้าที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม เพิ่งประกาศแผนที่จะลดจำนวนคนงานในสหรัฐในสัปดาห์นี้ อันเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างของบริษัทเพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจในตลาดสหรัฐและแคนาดา

คุณเลอ ธิธุธุย CEO ของ VinFast กล่าวกับ CNBC ว่า “จากการสังเกตของเราในปีที่แล้ว เราได้สรุปความเห็นว่าทั้ง 2 ตลาด (สหรัฐและแคนาดา) มีจุดที่คล้ายคลึงกันในด้านต่างๆ เป็นอันมาก เพราะฉะนั้นการจับรวมธุรกิจของทั้ง 2 ตลาดเข้าด้วยกันจะสามารถช่วยเสริมกิจการของเราให้แข็งแกร่งและคล่องตัวมากขึ้น”

รอยเตอร์ได้รายงานเมื่อวันที่ 3 ก.พ. ว่า VinFast ต้องขอเลื่อนการส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้ารายแรกในตลาดสหรัฐ

VinFast ได้ประกาศก่อนหน้านี้ว่าจะเริ่มส่งรถยนต์ล็อตแรกไปยังตลาดสหรัฐภายในเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งจะรวมทั้งรถรุ่น VF 8 จำนวน 999 คัน โดยจะสามารถส่งมอบรถดังกล่าวได้ทั้งหมดภายในเดือน ธ.ค. แต่ต่อมาได้ขอเลื่อนการส่งมอบออกไปเป็นเดือน ก.พ. ปีนี้

คุณเลอ กล่าวกับ CNBC ว่า บริษัทได้รับการจองรถล่วงหน้าจากลูกค้าในสหรัฐรวมทั้งสิ้นประมาณ 12,000 คัน

VinFast มีแผนที่จะเร่งขยายธุรกิจในตลาดรถยนต์ของสหรัฐ โดยมีเป้าหมายที่จะแข่งกับรถยนต์ค่ายใหญ่ๆ เช่น Tesla พร้อมกับประกาศแผนการลงทุนสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ EV ในรัฐนอร์ธแคโรไลน่า

เธอกล่าวว่า การปรับลดจำนวนคนงานของบริษัทจะไม่กระทบต่อตารางเวลาการเริ่มผลิตรถ EV ที่โรงงานแห่งแรกในทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งจะมีกำลังการผลิตปีละ 150,000 คัน

LATEST NEWS

SCB WEALTH เปิดผลงานย้อนหลัง 10 ปี ตลาดหุ้นสหรัฐโชว์ผลงานโดดเด่นเฉลี่ย 15%ต่อปี แนะลงทุนยาวหนุนมั่งคั่ง จับจังหวะลงทุนเกาหลีใต้-เวียดนาม-จีน H-Share

SCB WEALTH เผย ผลตอบแทนตลาดหุ้นย้อนหลัง 10 ปี (2555 – 2566) พบตลาดหุ้นสหรัฐสร้างผลตอบแทนดีที่สุดเฉลี่ย 15% ต่อปี มองทิศทางกำไรบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นทั่วโลก มีแนวโน้มเติบโตได้ดี แนะพอร์ตลงทุน ใน Core Portfolio  เน้นลงทุนประมาณ 75 -100 % ควรมีสินทรัพย์ที่หลากหลายและมีสภาพคล่อง  พร้อมมองหาโอกาสลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ  ยุโรป และญี่ปุ่น ส่วนตลาดเกิดใหม่ ที่น่าสนใจ เศรษฐกิจมีอัตราการเติบโตสูง  ได้แก่ อินเดีย  อินโดนีเซีย และจีน  รวมถึงสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากสงคราม และเงินเฟ้อ ส่วน Opportunistic Portfolio   สัดส่วนลงทุน 0-25 % มุ่งเน้นไปยังตลาดที่มองเห็นโอกาสในระยะสั้น แนะลงทุนในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เวียดนาม และตลาดหุ้นจีน H-Share

PrimeStreet Capital ผนึก Photon Group ร่วมบริหารการลงทุนกองทุน 150 ล้านดอลลาร์ ลุยพลังงานยั่งยืนเสริมความมั่นคงประเทศ

PrimeStreet Capital ผู้บริหารกองทุน Global Venture Capital สัญชาติไทย ลงนามความร่วมมือ Photon Group บริษัทบริหารจัดการสินทรัพย์รายใหญ่ สัญชาติญี่ปุ่น ลุยลงทุน 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างความยั่งยืนด้านพลังงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เน้นกลยุทธ์ “Inside Out – Outside In” ของกองทุน PrimeStreet Capital เสริมความมั่นคงและเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน ยกระดับศักยภาพ Ecosystem ประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ต่อยอดการเติบโตสู่กองทุน Global Venture Capital ตามเป้า

AH เปิดเผยงบ Q1/67 รายได้กว่า 7,580 ลบ. ชูกลยุทธ์ Diversification โตต่างประเทศ พื้นฐานกิจการแข็งแกร่ง-ปันผลสูง

AH เปิดเผยผลประกอบการ Q1/67 รายได้รวม 7,580 ล้านบาท กำไรสุทธิ 319 ล้านบาท ชูจุดแข็งกลยุทธ์กระจายเสี่ยง ออเดอร์คำสั่งซื้อจีนเพิ่ม ธุรกิจในมาเลเซียโตต่อ ตอกย้ำความแข็งแกร่งผู้นำยานยนต์ พร้อมเติบโตเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวรอบใหม่ ผู้บริหารมุ่งหน้าหาออเดอร์และลูกค้าใหม่ต่อเนื่อง ควบคู่กับการบริการจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด เน้นสร้างผลตอบแทนระยะยาวต่อผู้ถือหุ้น นับเป็นหุ้นพื้นฐานกิจการดี-ปันผลสูงถึง 8%

RELATED