Xiaomi เปิดตัวโทรศัพท์รุ่นท็อป ชิงมาร์เก็ตแชร์ Apple-Samsung

Xiaomi เปิดตัวโทรศัพท์เรือธงรุ่น Xiaomi 13 และ 13 Pro เป็นครั้งแรกทั่วโลกในวันอาทิตย์ (เวลาสหรัฐ) ซึ่งเป็นประกาศของบริษัทอีเล็กโทรนิกส์ยักษ์ใหญ่ของจีนในการแข่งช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดมือถือระดับบนกับ Apple และ Samsung

Xiaomi 13 และ 13 Pro เป็นรุ่นที่เปิดตัวไปก่อนแล้วในตลาดจีนเมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว แต่ Xiaomi เพิ่งเริ่มนำรุ่นที่แพงที่สุดของตนออกสู่ตลาดโลกในสัปดาห์นี้

Xiaomi 13 Pro มีขนาดจอ 6.73 นิ้ว ใช้ชิปเซตล่าสุด Snapdragon 8 Gen 2 ที่ผลิตโดยบริษัท Qualcomm ของสหรัฐ ติดเลนส์ Leica 3 ตัว ของเยอรมัน รวมทั้งฟีเจอร์ชั้นสูงอย่างอื่นอีกมาก เช่นระบบชาร์ตแบตเตอรี่ที่เร็วที่สุด

ราคาเริ่มต้นของรุ่น Xiaomi 13 อยู่ที่ 999 ยูโร (1,053 ดอลลาร์) และของรุ่น Xiaomi 13 Pro เริ่มต้นที่ 1,299 ยูโร

ข้อมูลของบริษัทวิจัย IDC ระบุว่า Xiaomi เพิ่งผ่านปี 2022 ที่ท้าทายมา เนื่องจากยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนทั่วโลกได้ลดลงถึง 26% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่หดตัวลงมากที่สุดในบรรดา 5 บริษัทสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยบริษัทจีนรายนี้มีผลประกอบการขาดทุนเป็นครั้งแรกในหลายปีในไตรมาสล่าสุด

ธุรกิจของ Xiaomi ได้ประสบอุปสรรคในหลายด้าน รวมทั้งสภาพเศรษฐกิจมหภาคในจีนที่ชะลอตัวลง ทั้งนี้ข้อมูลของ IDC ระบุว่ายอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนของบริษัทในปี 2022 มีรวม 1,210 ล้านเครื่อง ซึ่งเป็นตัวเลขที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 2013

นีล มอสตอน นักวิเคราะห์ของบริษัทวิจัย TechInsights กล่าวว่า “Xiaomi พบปัญหาอุปสรรคหลายอย่างในตลาดจีน ตั้งแต่การแข่งขันกับ Apple ที่ยังได้รับความนิยมสูงอย่างต่อเนื่อง และจาก Honor ที่ขึ้นมาแรงน่าประหลาดใจ รวมทั้งปัญหารสนิยมที่เปลี่ยนเร็วของผู้ซื้อในจีนที่ชอบเปลี่ยนยี่ห้อที่ใช้ระบบแอนดรอยด์ได้ง่าย

Honor เป็นยี่ห้อสมาร์ทโฟนรายใหม่ในจีนที่ Huawei สร้างขึ้นมาแทนที่ยี่ห้อเดิม

Xiaomi ได้ใช้เวลาหลายปีในการไต่อันดับขึ้นเป็นบริษัทผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของจีน โดยได้เน้นไปผลิตอุปกรณ์ที่ล้ำสมัยแต่ราคาย่อมเยาว์ ก่อนที่จะเริ่มบุกเบิกตลาดต่างประเทศเมื่อประมาณ 7 ปีก่อน

ข้อมูลของ Canalys ระบุว่า ตลาดไฮเอนด์ของสมาร์ทโฟน คือ ตลาดมือถือที่มีราคาขายปลีกเครื่องละ 800 ดอลลาร์ขึ้นไป โดยสมาร์ทโฟนส์ระดับสูงเหล่านี้มีส่วนแบ่งตลาด 18% ของตลาดรวมทั่วโลกในปี 2022 ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 11% ในปี 2020 โดย Apple และ Samsung เป็นผู้นำที่ยึดครองตลาดส่วนนี้

LATEST NEWS

GC-SCGC ผนึกธุรกิจปิโตรเคมี ตั้งบริษัทร่วมทุนกำลังผลิต 7.1 ล้านตันต่อปี ขึ้นแท่น TOP 10 ของโลก

GC และ SCGC รวมธุรกิจโอเลฟินส์และโพลิโอเลฟินส์ในไทย ตั้งบริษัทร่วมทุน GC ถือหุ้น 56% และ SCGC 44% มีกำลังการผลิตโอเลฟินส์รวม 7.1 ล้านตันต่อปี ตั้งเป้าสร้าง Synergy 150-200 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี คาดรับรู้ประโยชน์เต็มศักยภาพภายใน 3 ปี มุ่งลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพสินทรัพย์ และต่อยอดผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง คาดจัดตั้งแล้วเสร็จครึ่งหลังปี 2570

NER ท็อปฟอร์ม! โบรกฯคาด Q3/69 กำไรโตแรง 52-58% รับอานิสงส์ราคายางพาราพุ่งกระฉูด จับตาโค้งสุดท้ายทำนิวไฮ ลุ้นปันผลครึ่งปีหลังยีลด์สูง

บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) สุดแกร่ง! โบรกเกอร์พร้อมใจเชียร์ซื้อ คาดโชว์ไตรมาส 3/69 กำไรสุทธิอยู่ที่ 500-534 ล้านบาท เติบโต 52-58% จากงวดเดียวกันของปีก่อน รับแรงหนุนราคาขายยางพาราเร่งตัวแรง เกาะติดผลงานไตรมาส 4/69 ทำสถิติสูงสุดรายไตรมาส ขณะที่ บล.หยวนต้า คงคำแนะนำ “ซื้อ” เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 7.20 บาท พร้อมลุ้นจ่ายปันผลครึ่งปีหลัง 0.26 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 5.6%

BVG แจง THRE ปรับโครงสร้างสู่ “Holding Company” ไม่กระทบโครงสร้างนโยบายธุรกิจ

BVG ยืนยันแผน THRE ปรับโครงสร้างการถือหุ้น และการจัดการสู่ Holding Company ไม่กระทบแนวนโยบาย – โครงสร้างการบริหารจัดการธุรกิจ เดินหน้าพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ พร้อมขยายตลาดต่างประเทศ ชู 4 ยุทธศาสตร์หลัก อัพการเติบโตแกร่ง สร้างผลตอบแทนที่ดีให้ผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง

RELATED